⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 957/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่นำของต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรและหลบหนีภาษีศุลกากร ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย แม้ในฟ้องจะไม่ได้ระบุเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีไว้อย่างชัดเจน หากข้อเท็จจริงตามฟ้องแสดงให้เห็นถึงเจตนาดังกล่าว ศาลก็สามารถลงโทษจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่านำของต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรและหลบหนีภาษีศุลกากรนั้น แม้ในฟ้องจะมิได้บรรยายว่า จำเลยมีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากรก็ตาม ถ้าตามฟ้องเป็นที่เข้าใจได้ในตัวเช่นนั้นแล้ว ย่อมเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ศาลฟังลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจนำเอากระเทียมแห้ง ๓๒๐ กิโลกรัมจากประเทศพม่าเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้ผ่านด่านศุลกากรเพื่อเสียภาษีและมิได้รับอนุญาตให้นำเข้า ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ให้จำคุก ๑ เดือน ปรับเป็นเงิน ๙,๖๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา มีปัญหาข้อกฎหมายมาสู่ศาลฎีกาว่าโจทก์บรรยายฟ้องครบองค์ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ หรือไม่ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์ฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายการกระทำข้อเท็จจริงและรายละเอียดเพียงพอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ แล้ว คือ ตามฟ้องนั้นได้ความว่า จำเลยนำกระเทียมแห้งที่ปลูกในประเทศพม่าและเป็นของกลางที่ต้องเสียภาษีเมื่อนำเข้าในราชอาณาจักรไทย และเป็นสินค้าที่ห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย จากประเทศพม่าเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้ผ่านด่านศุลกากรเพื่อเสียภาษีเสียก่อน ทั้งมิได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายและไม่ใช่ของที่นำติดตัวหรือยานพาหนะเข้ามาใช้หรือนำมาเป็นตัวอย่างตามฟ้องนี้เห็นได้ว่า จำเลยหลีกเลี่ยงการเสียภาษี และมิได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาทั้งเป็นสิ่งของที่มิได้รับการยกเว้นให้นำเข้ามาได้ แม้ในฟ้องจะมิได้บรรยายว่า จำเลยมีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร ก็เป็นที่เข้าใจได้ในตัวเช่นนั้นแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ ศาลลงโทษจำเลยได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2504 อัยการจังหวัดระนอง โจทก์ นางสาวเปี๊ยดหรือสมถวิล แซ่ขอ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดระนอง · จำเลย - นางสาวเปี๊ยดหรือสมถวิล แซ่ขอ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิสัยสารคุณ · การุณย์นราทร · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระนอง - นายศวิต สมหวัง · ศาลอุทธรณ์ - นายแปล บุณยเกียรติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 531/2510ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา