⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1276/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1276/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คมีผลเป็นการโอนสิทธิในเช็คโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยตั๋วเงิน ไม่ต้องดำเนินการโอนตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการโอนหนี้ทั่วไป

ย่อคำพิพากษา

การลงลายมือชื่อไว้ด้านหลังเช็ค ย่อมมีผลเป็นการโอนไปซึ่งบรรดาสิทธิอันเกิดแต่เช็คนั้นตามมาตรา 989, 920 ไม่ ต้องทำการโอนกันตามมาตรา 306 อีกและไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 939 วรรค 2 และ 3 เพราะมาตรา 921 บัญญัติไว้เป็นพิเศษแล้ว (อ้างฎีกาที่ 51/2501)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.3 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.306 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.920 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.921 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่าย จำเลยที่ ๒ เป็นผู้สลักหลัง โจทก์นำเช็คเข้าบัญชีแต่ปรากฎว่าจำเลยที่ ๑ ไม่มีเงินในบัญชีธนาคารพอจ่าย ธนาคารจึงคืนเช็คให้โจทก์ จึงให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็ค จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ให้การต่อสู้ว่าจำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ แล้วให้จำเลยลงชื่อด้านหลังเช็คเป็นการรับรองชื่อจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีหลายชื่อ ไม่ใช่เซ็นในฐานะผู้สลักหลัง ชั้นพิจารณา จำเลยที่ ๑ มาศาลแถลงรับว่า ฟ้องของโจทก์เป็นความจริง ขอเลื่อนคดีทำความตกลงกัน แต่แล้วตกลงกันไม่ได้ โจทก์และจำเลยที่ ๒ ขอสืบพยานแต่ศาลเห็นว่าคดีเป็นปัญหาหารือบทพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยาน แล้วพิพากษาว่า การที่จำเลยที่ ๒ ลงชื่อในด้านหลังเช็ค มีความหมายเป็นการสลักหลัง ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินตามเช็ค จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อของตนไว้ในด้านหลังเช็คเช่นนี้ ย่อมมีผลเป็นการโอนไปซึ่งบรรดาสิทธิอันเกิดแต่เช็คนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๒๐ ไม่ต้องทำการโอนกันตามมาตรา ๓๐๖ อีก และไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๙๓๙ วรรค ๒ และ ๓ เพราะมาตรา ๙๒๑ บัญญัติไว้เป็นพิเศษแล้ว ทั้งนี้โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๘๙ ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๙๒๐ และ ๙๒๑ มาใช้ในเรื่องเช็คด้วย จำเลยที่ ๒ จึงต้องรับผิด การฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยที่ ๒ ให้การต่อสู้ ไม่จำเป็นแก่คดี พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1276/2505 บริษัท วิชัยทรัสต์ จำกัด โดยนายชาญ ตันฑ์สมบุญ นายเจตน์ พิสุทธิพร กรรมการ โจทก์ นายอึ้ง อิกเพี้ย หรืออิกเพี้ย แซ่อึ้ง ที่ 1 นายเอียบ กิมเสียง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความพิสุทธิพร - บริษัท วิชัยทรัสต์ จำกัด โดยนายชาญ ตันฑ์สมบุญ นายเจตน์ · โจทก์ - กรรมการ · จำเลย - นายอึ้ง อิกเพี้ย หรืออิกเพี้ย แซ่อึ้ง ที่ 1 นายเอียบ กิมเสียง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายศิริ โชติกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายใจ นาคเสวี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5324/2542ฎีกา 610/2520ฎีกา 536/2498ฎีกา 4561/2545ฎีกา 6631/2568ฎีกา 2409/2551ฎีกา 4257/2530ฎีกา 5594/2533ฎีกา 698/2537ฎีกา 295/2508ฎีกา 4306/2528ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 2521/2540ฎีกา 4872/2550ฎีกา 878/2518ฎีกา 18343/2556ฎีกา 2752/2536ฎีกา 4619/2536ฎีกา 8296/2551ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1162/2515ฎีกา 4392/2536ฎีกา 425/2501ฎีกา 672/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา