คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1374/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ทำสัญญากู้เงินให้แก่เจ้าหนี้แทนการชำระหนี้เดิม ถือเป็นการส่งมอบเงินที่กู้ยืมกันเป็นการบริบูรณ์แล้ว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยคิดบัญชีหนี้เดิมกัน แล้วจำเลยทำสัญญากู้เงินให้โจทก์ไว้แทนการจ่ายเงินที่เป็นหนี้กัน เช่นนี้ถือได้ว่า มีการส่งมอบเงินที่กู้ยืมกันเป็นการบริบูรณ์ตามประมลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 650 แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้กู้เงินโจทก์ไป ๑๖,๔๐๐ บาท จำเลยชำระดอกเบี้ยถึง มิถุนายน ๒๔๙๖ แล้วไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์ ๒๘,๗๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มีเอกสารสัญญากู้ซึ่งพยานโจทก์ยืนยันว่าจำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อให้โจทก์ไว้ จำเลยไม่สืบพยานหักล้างแต่อย่างใด จึงฟังได้ตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาว่าจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์จริงตามฟ้อง โดยคิดบัญชีหนี้เดิมกันแล้ว จำเลยที่ ๑ เขียนจำนวนเงินลงไปแทนการจ่ายเงินในเวลาทำสัญญา ถือได้ว่ามีการส่งมอบเงินที่กู้ยืมกัน เป็นการบริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๐ แล้ว
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1374/2505
นายไกวัล เทพหัสดิน ฯ โดยนายสันทัศน์ ศิวะเกื้อ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
หลวงประจักษ์สรรพกิจ ที่ 1 นางบุญมีหรือคุณนายบุญมี ณ บางช้าง ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไกวัล เทพหัสดิน ฯ โดยนายสันทัศน์ ศิวะเกื้อ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - หลวงประจักษ์สรรพกิจ ที่ 1 นางบุญมีหรือคุณนายบุญมี ณ บางช้าง ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · บริรักษ์จรรยาวัตร · พจน์ ปุษปาคม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเธียร เจริญวัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี ลิมปนันทน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา