คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดอาญาแผ่นดินซึ่งยอมความกันไม่ได้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสอบสวนและฟ้องร้องคดีได้โดยไม่ต้องรอให้ผู้เสียหายร้องทุกข์
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น แม้จะไม่ระบุรายละเอียดของทรัพย์สินนั้น ก็ไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม
ย่อคำพิพากษา
ความผิดอาญาแผ่นดินซึ่งยินยอมความกันมิได้นั้น ผู้เสียหายไม่ต้องร้องทุกข์ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็สอบสวนฟ้องร้องได้
ในกรณีที่ฟ้องว่าจำเลยขับรถประมาทไปชนรถที่ผู้ใดขับขี่มานั้น แม้โจทก์จะไม่กล่าวว่ารถนั้นเป็นของใครและเลขทะเบียนเท่าใด ก็หาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับขี่รถจักรยานสองล้อไม่มีใบขับขี่และโดยประมาท เป็นเหตุให้คนอื่นได้รับความเสียหายและบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติล้อเลื่อน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๐
่จำเลยให้การรับสารภาพว่า ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานจริง แต่จำเลยมีความชำนาญในการขับขี่รถจักรยานมานานแล้ว ความจริงนายทวนขับขี่รถยนต์ผิดกฎจักรยานชนรถจักรยานของจำเลยเสียหาย จำเลยได้รับบาดเจ็บจำเลยมิได้ทำให้ผู้ใดเสียหายและบาดเจ็บ
ศาลแขวงสุรินทร์พิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติล้อเลื่อน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ ให้ปรับ ๔๐ บาท จำเลยรับสารภาพในความผิดฐานนี้ ลดให้กึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๒๐ บาท และจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๐ ให้ปรับอีก ๑๐๐ บาท ค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา ศาลแขวงสุรินทร์ สั่งรับเฉพาะฎีกาข้อ ๒ (ค) ข้อ ๓ และข้อ ๔ นอกนั้นเป็นข้อเท็จจริงไม่รับ
ศาลฎีกาว่าข้อที่จำเลยฎีกาข้อ ๒ (ค) ที่ว่านายเป็งฮวดผู้ปวดเจ็บมิได้ร้องทุกข์เอาโทษแก่จำเลย พนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมไม่มีอำนาจดำเนินคดีฟ้องจำเลยนั้น เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวกับความอาญาแผ่นดิน มิใช่ความผิดส่วนตัวอันยนอมความกันได้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจทำการสอบสวน และดำเนินคดีฟ้องผู้กระทำความผิดได้ แม้จะไม่มีการร้องทุกข์กล่าวดทษ ฎีกาข้อ ๓ ที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ระบุว่ารถยนต์ที่นายทวนขับนี้เป็นผู้ใด เลขทะเบียนที่เท่าใด จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบและไม่ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ นั้น เห็นว่าฟ้องโจทก์บรรยายการกระทำทั้งหลายที่บ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดดังที่จำเลยกล่าวอ้างฟ้องไม่เคลือบคลุม ส่วนฎีกาข้อ ๔ ว่า การนำสืบของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ เพราะฟ้องว่าขับรถบนถนนหลวง แต่นำสืบว่าบนถนนในหมู่บ้าน ไม่ใช่ถนนหลวง นั้น เห็นว่า การนำสืบของโจทก์หาแตกต่างกับฟ้องไม่ เพราะโจทก์มีร้อยตำรวจตรีวัลลภมาเบิกความว่าถนนที่เกิดเหตุเป็นถนนหลวงในชนบท ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ที่อำเภอแล้ว และจุดที่เกิดชนกันอยู่กลางถนนหลวง พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199/2505
ผู้ว่าคดีศาลแขวงสุรินทร์ โจทก์
นายบุญยัง ประจบดี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงสุรินทร์ · จำเลย - นายบุญยัง ประจบดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท สุมาวงศ์ · การุณย์นราทร · คร้าม สิวายะวิโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงสุรินทร์ - นายปรีชา พานิชวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ ตินทุกะสิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา