⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1799/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1799/2506

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องไม่เคลือบคลุม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.703 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจำนองทรัพย์ไว้กับโจทก์ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ จำนองเรือยนต์ชื่อ "ทวีชัยไพบูลย์" เป็นเงิน ๓๙,๐๐๐ บาท สัญญาให้ดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปีทุกเดือน และจำไถ่จำนองวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๐๑ ครั้งที่ ๒ จำนองเรือยนต์ชื่อ "ผลไพบูลย์" กับรถยนต์เชทโรเล็ต เป็นเงิน ๖๖,๐๐๐ บาทสัญญาให้ดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ทุกเดือน และจะไถ่จำนองวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๐๓ ต่อมาจำเลยผิดสัญญา คือ เมื่อวันครบกำหนดการไถ่จำนองตามสัญญาครั้งที่ ๑ จำเลยไม่ไถ่ถอน และไม่ชำระดอกเบี้ยประจำเดือนตามสัญญา ครั้งที่ ๒ โจทก์จะฟ้องจำเลย แต่จำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๒ โดยยอมผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญาจำนองทั้ง ๒ ฉบับให้โจทก์เป็นรายวัน ๆ ละ ๑๒๐ บาท หากขาดส่งติด ๆ กัน ๓ วันแล้วจำเลยยอมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่จำนองให้โจทก์ทั้งหมดโดยมิต้องฟ้องร้องบังคับคดี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์วันละ ๑๒๐ บาท รวม ๑๖๒ วัน คิดคำนวณแล้วจำเลยยังคงค้างชำระต้นเงินจำนองอยู่ ๙๒,๖๔๗.๕๐ บาท จำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความมาเป็นเวลา ๘๐ วัน คิดเป็นดอกเบี้ยอีก ๓,๐๗๕.๕๐ บาท โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยบิดพลิ้ว โจทก์จะเข้ายึดทรัพย์สินจำนองเพื่อโอนหลุดเป็นสิทธิตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยก็ไม่ยินยอม ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวจำเลยให้การทำการไถ่ถอนจำนองภายใน ๑๕ วัน จำเลยไม่ปฏิบัติตาม จึงขอให้พิพากษาให้ทรัพย์จำนองหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ หรือให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้จำนองตามจำนวนเงินดังกล่าว และดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ไม่ทราบว่าโจทก์ฟ้องอาศัยสิทธิทางสัญญาประนีประนอมยอมความหรืออาศัยสิทธิทางสัญญาจำนอง ฯลฯ ศาลจังหวัดสระบุรีวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ฯลฯ พิพากษาให้ทรัพย์จำนองหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ตามข้อตกลงแห่งสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็เห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ฯลฯ พิพากษาแก้ ให้ยึดทรัพย์สินจำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้จำนองที่คิดค้นอยู่ตามฟ้อง จำเลยฎีกา ในข้อที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องถึงพฤติการณ์(ตาม) ที่เป็นมาโดยลำดับ เป็นการแสดงสิทธิหรือข้อหาของโจทก์โดยชัดแจ้ง ทั้งคำขอบังคับให้เอาทรัพย์จำนองหลุดหรือขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ ก็ไม่ขัดกับการบังคับตามสัญญาจำนองหรือสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ชอบที่จะบรรยายฟ้องเสนอทั้งสิทธิตามสัญญาจำนองและสัญญาประนีประนอมยอมความ (ตาม) ที่เป็นมาเพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยบังคับให้ได้ สัญญาทั้งสองนี้ก็อาจใช้บังคับควบคู่กันดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้ทรัพย์สินจำนองหลุดนั้น สมบูรณ์มีผลบังคับได้ตามกฎหมายเฉพาะทรัพย์ที่จำนองครั้งที่ ๑ เท่านั้น ส่วนทรัพย์สินจำนองครั้งที่ ๒ นั้น ทำสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงกันก่อนหนี้ถึงกำหนดชำระ ข้อตกลงนี้ย่อมไม่สมบูรณ์ โจทก์จะเอาทรัพย์จำนองครั้งที่ ๒ หลุดเป็นสิทธิด้วยไม่ได้ ซึ่งมีผลว่าสัญญาจำนองครั้งที่ ๒ ยังคงใช้บังคับอยู่ ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม เมื่อวินิจฉัยข้ออื่นด้วยแล้ว พิพากษาแก้เฉพาะรายการทรัพย์ที่จะให้ยึดชำระหนี้ เป็นว่าให้ยึดเฉพาะเรือยนต์ ๒ ลำเท่านั้นขายทอดตลาดชำระหนี้จำนองที่ยังติดค้าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1799/2506 นายสมพงษ์ สัณทิติ โจทก์ นางสาวสมทรง มีทวี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมพงษ์ สัณทิติ · จำเลย - นางสาวสมทรง มีทวี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายประเสริฐ วราภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ ตินทุกะสิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2460/2517ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 4541/2550ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา