⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1991/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1991/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของผู้ว่าราชการจังหวัดที่สั่งจ่ายเงินผิดประเภทโดยไม่มีอำนาจ เป็นการกระทำละเมิด ทำให้จังหวัดเสียหาย และต้องฟ้องภายในอายุความ 1 ปี

ย่อคำพิพากษา

ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งจ่ายเงินผิดประเภท โดยไม่มีอำนาจ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้จังหวัดได้รับความเสียหาย กรณีเช่นนี้เป็นละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 โจทก์ต้องฟ้องภายในอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่าง พ.ศ.๒๔๙๕ ถึง ๒๔๙๖ จำเลยดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดยะลา เป็นกรรมการค้าข้าวและมีหน้าที่สั่งราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจำเลยได้นำเงินทุนค่าข้าวสารไปใช้ในกิจการอื่น เป็นเงินทั้งสิ้น ๓๙,๕๖๙ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้โจทก์ จำเลยให้การว่า ได้สั่งจ่ายเงินจำนวนที่โจทก์ฟ้องเป็นค่ารับรองรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จำเลยไม่ได้เอามาเป็นประโยชน์ส่วนตัวจึงไม่ต้องรับผิด และให้การตัดฟ้องว่าคดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๔๘ ขอให้ยกฟ้อง ศาลจังหวัดยะลาเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยานแล้วพิพากษาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยในฐานะที่จำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์และได้เอาเงินของโจทก์ไปใช้ เข้าลักษณะตัวการตัวแทน มีอายุความ ๑๐ ปี ไม่ได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทน คดีจึงไม่ขาดอายุความ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้มอบหมายให้จำเลยเป็นตัวแทนแต่กลับได้ความว่า ขณะที่จำเลยเป็นปลัดจังหวัดและรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด จำเลยได้เอาเงินทุนค่าข้าวสารของโจทก์ไปใช้จ่ายสินประเภท โดยไม่มีอำนาจที่จะกระทำได้โดยชอบ จึงเป็นการฟ้องว่าจำเลยละเมิดต่อโจทก์ ไม่ใช่ฟ้องในกรณีตัวการตัวแทน การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนระเบียบซึ่งจำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ได้ชื่อว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๔๒๐ คำฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายว่าโจทก์รู้ถึงมูลละเบิดเมื่อใด แต่ขออนุญาตจากคำฟ้องได้ว่า โจทก์ได้รู้หรือมีเหตุอันควรรู้การกระทำของจำเลยในระหว่างปี พ.ศ.๒๔๙๕ ถึง ๒๔๙๖ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องในปี พ.ศ.๒๕๐๕ อันเป็นระยะเวลาพ้น ๑ ปี คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ค่าทนายเป็นทับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1991/2506 กระทรวงเศรษฐการ โดยพันตำรวจเอกศิริ คชหิรัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจที่ 1 ,จังหวัดยะลาโดยพันตำรวจเอกศิริฯ ผู้ว่าราชการที่ 2 พันตำรวจโทประสงค์ ปัทมะทิม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา - กระทรวงเศรษฐการ โดยพันตำรวจเอกศิริ คชหิรัญ · 2 - ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจที่ 1 ,จังหวัดยะลาโดยพันตำรวจเอกศิริฯ ผู้ว่าราชการที่ · จำเลย - พันตำรวจโทประสงค์ ปัทมะทิม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · สนิท สุมาวงศ์ · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายชยากร ฉายะทิงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 4300/2543ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4513/2533ฎีกา 6560/2555ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา