⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 245/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเช่ามีข้อกำหนดให้ผู้เช่าปลูกพืชที่ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ให้เช่า ผู้เช่าต้องปลูกพืชดังกล่าวโดยเร็วในระยะเวลาที่พอจะปลูกได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาเช่าสวนส้มของโจทก์มีกำหนด 12 ปี ค่าเช่าปีละ 10 บาท โดยมีข้อสัญญาว่าจำเลยจะต้องปลูกทุเรียนจนเต็มเนื้อที่โดยออกค่าใช้จ่ายเอง และในระหว่างอายุสัญญาเช่า ดอกผลที่ได้จากทุเรียนจะต้องแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างโจทก์กับจำเลย โจทก์สงวนสิทธิเก็บดอกผลของต้นไม้บางต้น นอกนั้นยอมให้จำเลยเก็บได้ทั้งสิ้น แม้ตามสัญญาจะมิได้กำหนดว่าจะต้องเริ่มปลูกทุเรียนเมื่อใด แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงความประสงค์ของคู่สัญญาประกอบกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 แล้ว จำเลยจะต้องปลูกทุเรียนโดยเร็ว ในระยะแรกที่พอปลูกได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ในปัญหาข้อนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ทำหนังสือเช่าสวนส้มของโจทก์ มีกำหนด ๑๒ ปี ค่าเช่าปีละ ๑๐ บาท สัญญามีว่าผู้เช่าจะต้องปลูกทุเรียนกระดุมทองลงในที่ดินแปลงนี้จนเต็มเนื้อที่โดยต้องออกค่าใช้จ่ายเอง และในระหว่างอายุสัญญาดอกผลที่ได้จากทุเรียนจะต้องแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่า ผู้ให้เช่าสงวนสิทธิขอเก็บดอกผลของต้นมะไฟ ฯลฯ นอกนั้นยอมให้ผู้เช่าเก็บดอกผลได้ทั้งสิ้น และผู้ให้เช่าให้จำเลยอยู่ในโรงเรือนในสวนด้วย ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้จำเลยได้ปลูกต้นทุเรียนเพียง ๒ ต้น ภายหลังที่ฟ้องแล้วจำเลยปลูกอีก ๓๗ ต้น แต่มิได้ปลูกให้ถูกต้องตามประเพณีที่ชาวสวนเขาปลูกกัน ต่อมาทุเรียนตายเกือบหมด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้ตามสัญญาเช่าจะมิได้กำหนดเวลาว่าจำเลยจะต้องเริ่มลงมือปลูกทุเรียนเมื่อใด แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงความประสงค์ของคู่สัญญา คือ โจทก์จะเลิกสวนส้มโดยปลูกทุเรียนลงแทนเพื่อหวังได้รับประโยชน์จากดอกผลทุเรียนต่อไป แต่โจทก์ไม่ทำเอง ให้จำเลยเป็นผู้ทำโดยจำเลยเก็บดอกผลของส้าไปพลางก่อนระหว่างที่ทุเรียนยังเล็กเป็นการตอบแทน ประกอบกับบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๘ จำเลยจะต้องปลูกทุเรียนโดยเร็วในระยะแรกที่พอปลูกได้ จำเลยเพิ่งปลูกทุเรียนภายหลังสัญญาเช่ากันแล้ว ๑ ปี ๒ เดือนเศษ โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แล้วพิพากษายืน ให้โจทก์ชนะคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2506 นางม้วน คล้ายชัง โจทก์ นายประมวลหรือบุญส่ง เอี่ยมขำ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางม้วน คล้ายชัง · ล. - นายประมวลหรือบุญส่ง เอี่ยมขำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บริรักษ์จรรยาวัตร · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สอาด นาวีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายบุณยเกียรติ อรชุนะกะ · ศาลอุทธรณ์ - นายจวน เจียรณัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 756/2536ฎีกา 3222/2542ฎีกา 2556/2533ฎีกา 4211/2530ฎีกา 3229/2525ฎีกา 5736/2540ฎีกา 9223/2544ฎีกา 8219/2544ฎีกา 1501/2535ฎีกา 485/2495ฎีกา 3489/2527ฎีกา 3499/2530ฎีกา 4071/2533ฎีกา 4290/2530ฎีกา 312/2538ฎีกา 167/2481ฎีกา 2422/2518ฎีกา 4932/2545ฎีกา 2014-2015/2531ฎีกา 7138/2544ฎีกา 3480/2529ฎีกา 525/2519ฎีกา 4957/2536ฎีกา 1519/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา