⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 583/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การอ้างว่ามีการแปลงหนี้ใหม่ต้องมีหลักฐานมั่นคงเพียงพอตามกฎหมาย * จำเลยมีหน้าที่รับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์เท่านั้น โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องแถลงรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของจำเลย * ฝ่ายที่ถูกอ้างข้อเท็จจริงขึ้นมา แม้จะไม่ได้อ้างข้อเท็จจริงนั้นขึ้นมาเอง ก็สามารถนำสืบหักล้างข้ออ้างของอีกฝ่ายหนึ่งได้ * การที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยชำระหนี้รายอื่น ไม่ถือว่าโจทก์รับตามข้ออ้างของจำเลยว่ามีการแปลงหนี้ใหม่ * หากศาลสอบถามโจทก์เกี่ยวกับข้ออ้างของจำเลยแล้วโจทก์ไม่แถลงให้เป็นประเด็น โจทก์จะไม่มีประเด็นนำสืบ แต่หากศาลไม่ได้สอบถาม โจทก์มีสิทธินำสื

ย่อคำพิพากษา

(1) ในกรณีที่คู่ความทำสัญญาซื้อขายของ และฝ่ายหนึ่งต่อสู้ว่าได้แปลงหนี้แต่นำสืบได้เพียงว่า อีกฝ่ายหนึ่งได้พูดว่าให้หาเงินมาให้เร็ว ถ้าช้าจะคิดดอกเบี้ยบ้างนั้น ตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรค 2 ยังไม่เป็นหลักฐานมั่นคงถึงกับจะฟังว่าได้มีการแปลงหนี้กันใหม่ (2) จำเลยเท่านั้นมีหน้าที่รับหรือปฏิเสธตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรค 3 ฉะนั้น ในการที่จำเลยต่อสู้คดีมีข้ออ้างบางประการขึ้นนั้น โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องแถลงรับหรือปฏิเสธ (3) โดยเหตุผลในข้อ (2) ข้างบนนี้และเมื่อจำเลยมีสิทธินำสืบตามข้ออ้างของจำเลย โจทก์ก็ย่อมนำสืบหักล้างได้ เพราะถ้าพยานหลักฐานใดเกี่ยวถึงข้อเท็จจริงที่ฝ่ายใดจะต้องนำสืบ พยานหลักฐานนั้นก็ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 87 (1) คือ มิใช่ว่าจะมีสิทธินำสืบแต่เฉพาะข้อที่ตนอ้างและมีหน้าที่ตามมาตรา 84, 85 เท่านั้น ข้อความที่ฝ่ายหนึ่งอ้างขึ้นฝ่ายเดียว อีกฝ่ายหนึ่งแม้จะไม่ได้อ้างข้อความนั้นก็สืบหักล้างได้ จะเป็นการสืบสนับสนุนข้ออ้างของตนหรือหักล้างข้ออ้างของอีกฝ่ายหนึ่ง ก็คงเป็นพยานในประเด็นเดียวกัน ซึ่งต่างนำสืบโต้เถียงกันนั่นเอง (4) การนำสืบของโจทก์ว่าจำเลยชำระหนี้รายอื่นเช่นนี้จะถือว่าโจทก์รับตามข้ออ้างของจำเลยแล้ว และโจทก์อ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่หาได้ไม่ เพราะโจทก์ไม่ได้รับว่าได้แปลงหนี้ใหม่ตามที่จำเลยอ้าง (5) เมื่อศาลสอบถามโจทก์ตามข้ออ้างของจำเลยแล้ว โจทก์มิได้แถลงให้เป็นประเด็นไว้ตามมาตรา 183 โจทก์ย่อมไม่มีประเด็นนำสืบ ตามฎีกาที่ 972/2492 แต่ถ้าศาลไม่ได้สอบถาม โจทก์มีสิทธินำสืบหักล้างได้ และเมื่อโจทก์ได้ถามค้านไว้ตามมาตรา 89 แล้ว ศาลย่อมรับฟังข้อนำสืบของโจทก์ได้ว่าเงินที่จำเลยชำระนั้นเป็นการชำระหนี้รายอื่น (ข้อ (2), (3), (4), (5) ประชุมใหญ่ครั้งที่ 44/2505)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.89 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องให้จำเลยส่งข้าวเปลือกหรือใช้ราคา จำเลยให้การว่า ทำสัญญาขายข้าวเปลือกรับเงินไปแล้วหาข้าวไม่ได้จึงได้ทำเป็นสัญญากู้แต่ได้ชำระแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยส่งข้าวเปลือกหรือชำระราคา จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยส่งข้าวเปลือกให้โจทก์ตามสัญญาไม่ได้ จำเลยก็มีความรับผิดที่จะต้องคืนเงินแก่โจทก์ เท่าที่จำเลยนำสืบว่า "โจทก์พูดว่า ให้หาเงินมาให้เร็ว ถ้าช้าจะคิดดอกเบี้ยบ้าง" คำพูดเพียงเท่านี้ไม่มีความหมายยิ่งไปกว่าผู้ซื้อเรียกเงินที่ผู้ขายจะต้องคืนให้ เพราะไม่สามารถส่งมอบทรัพย์ที่ขาย ถ้าคืนให้ช้าเกินไปก็จะคิดดอกเบี้ย ยังไม่เป็นหลักฐานมั่นคงถึงกับจะฟังว่าได้มีการแปลงหนี้กันใหม่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๒๑ วรรค ๒ บัญญัติอยู่แล้วว่า ถ้าเพื่อที่จะทำความพอใจแก่เจ้าหนี้นั้น ลูกหนี้รับภาระเป็นหนี้อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นใหม่ต่อเจ้าหนี้ไซร้ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านให้สันนิษฐานว่าลูกหนี้ได้ก่อหนี้นั้นขึ้นแทนการชำระหนี้" ฉะนั้น เท่าที่จำเลยนำสืบมาแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์ไม่ฟังว่าได้มีการแปลงหนี้ใหม่ดังที่จำเลยต่อสู้มานั้นชอบแล้ว จำเลยฎีกาว่า เมื่อจำเลยยื่นคำให้การว่าได้แปลงหนี้เป็นการกู้ยืมและจำเลยชำระหนี้ที่แปลงนั้นเสร็จไปแล้ว โจทก์ก็ไม่ได้ตั้งประเด็นขึ้นมาว่าเงินที่จำเลยชำระหนี้นั้นเป็นการชำระหนี้รายอื่น จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะนำสืบพยานเช่นนั้น ในปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาได้ปรึกษาในที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่าการที่จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีมีข้ออ้างบางประการขึ้นนั้น โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องแสดงรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของจำเลย ซึ่งต่างกับข้ออ้างของจำเลยในคำให้การต้องแสดงโดยชัดแจ้งว่ารับหรือปฏิเสธข้ออ้างในฟ้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรค ๓ มิฉะนั้น ศาลจะถือว่าคงมีประเด็นเฉพาะข้อที่จำเลยไม่รับตามมาตรา ๑๘๓ เท่านั้น นอกนั้นอาจเป็นข้อที่ศาลเห็นว่าจำเลยได้รับแล้วและฟังข้อที่โจทก์อ้างมาในคำฟ้องนั้นได้ โดยไม่ต้องสืบพยานตามมาตรา ๘๔ (๑) เมื่อโจทก์ไม่มีหน้าที่ปฏิเสธข้ออ้างของจำเลยดังกล่าวแล้ว ข้ออ้างของจำเลยที่โจทก์มิได้แถลงรับก็ต้องถือว่าเป็นประเด็นที่จำเลยต้องนำสืบตามมาตรา ๘๔ เมื่อจำเลยมีสิทธินำสืบตามข้ออ้างของจำเลยดังนี้ โจทก์ก็ย่อมสืบหักล้างได้ เพราะตามมาตรา ๘๗ (๑) ถ้าพยานหลักฐานใดเกี่ยวถึงข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องนำสืบแล้ว พยานหลักฐานนั้นก็ไม่ต้องห้ามมิให้ศาลรับฟัง มิใช่ว่าคู่ความจะมีสิทธินำสืบพยานได้แต่เฉพาะข้อที่ตนได้อ้าง และมีหน้าที่ตามมาตรา ๘๔, ๘๕ เท่านั้น ข้อความที่ฝ่ายหนึ่งอ้างขึ้นฝ่ายเดียว อีกประการหนึ่ง แม้จะไม่ได้อ้างข้อความนั้น ก็นำสืบหักล้างได้ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวถึงข้ออ้างอันเป็นประเด็นในคดีอยู่แล้ว จะเป็นการสืบสนับสนุนข้ออ้างของตนหรือหักล้างข้ออ้างของอีกฝ่ายหนึ่ง ก็คงเป็นพยานในประเด็นข้อเดียวกัน ซึ่งคู่ความต่างนำสืบโต้เถียงกันนั่นเอง ข้อนำสืบของโจทก์เช่นนี้จะถือว่าโจทก์รับตามข้ออ้างของจำเลยแล้วและโจทก์อ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่หาได้ไม่ เพราะโจทก์มิได้รับตามข้ออ้างของจำเลยว่าได้แปลงหนี้และจำเลยได้ชำระหนี้รายที่แปลงนั้นเลย คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๗๒/๒๔๙๒ ที่จำเลยอ้างต่างกับคดีนี้ เพราะตามฎีกานั้น ศาลได้สอบถามโจทก์ตามข้ออ้างของจำเลยแล้ว แต่โจทก์มิได้แถลงให้เป็นประเด็นไว้ตามมาตรา ๑๘๓ โจทก์จึงไม่มีประเด็นนำสืบ แต่คดีนี้ศาลมิได้สอบถาม โจทก์จึงนำสืบหักล้างข้ออ้างของจำเลยได้ ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์มิได้ถามค้านไว้จึงนำสืบไม่ได้ตามมาตรา ๘๙ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ได้ถามค้านไว้และจำเลยได้ตอบว่า "ก่อนจำเลยจะได้ทำสัญญาซื้อขายข้าวเปลือกคดีนี้จำเลยไม่เคยกู้เงินของโจทก์เลย" เมื่อโจทก์ได้ถามค้านพยานจำเลยไว้เพื่อให้โอกาสพยานจำเลยอธิบายถึงข้อความเหล่านั้นตามมาตรา ๘๙ ศาลย่อมรับฟังข้อนำสืบของโจทก์ได้ว่าเงินที่จำเลยชำระมานั้นเป็นการชำระหนี้รายอื่น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2506 นายเจริญ จรูญพันธ์ ที่ 1 นางลิ้นจี่ จรูญพันธ์ ที่ 2 โจทก์ นายจุงฮุย แซ่เต็ง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจริญ จรูญพันธ์ ที่ 1 นางลิ้นจี่ จรูญพันธ์ ที่ 2 · ล. - นายจุงฮุย แซ่เต็ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · บริรักษ์จรรยาวัตร · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ - นายบุศย์ ขันธวิทย์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1452/2511ฎีกา 2307/2518ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2135/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4484/2536ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 7012/2543ฎีกา 1065/2513ฎีกา 8087/2543ฎีกา 1601/2529ฎีกา 293/2520ฎีกา 486/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา