⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 603/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 603/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หุ้นส่วนผู้จัดการต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่หุ้นส่วนอื่นกระทำไปในการจัดการงานของห้างหุ้นส่วนนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนเดินรถโดยสารประจำทางกับจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับขี่ จำเลยที่ 2 เป็นผู้ควบคุมรถและเก็บค่าโดยสาร ถ้าจำเลยที่ 1 ขับขี่รถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย และตัวโจทก์ได้รับบาดเจ็บ จำเลยที่ 2 ก็ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 1 กระทำต่อโจทก์เช่นเดียวกับตัวการต้องร่วมกันรับผิดกับตัวแทนตามนัยมาตรา 1042 และ 427 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.427 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1042

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองเข้าหุ้นส่วนเป็นเจ้าของรถยนต์รับจ้างเลขทะเบียน ส.น. ๐๑๒๙ รับขนส่งคนโดยสารและสินค้า เดินประจำระหว่างบ้านม่อแสนพัน - ท่าแร และสกลนคร จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขับขี่ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ควบคุมรถและเก็บเงินค่าโดยสาร เป็นตัวการตัวแทนซึ่งกันและกัน จำเลยที่ ๑ ขับขี่รถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้รถคว่ำ รถทับเด็กหญิงวัชรีบุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย และโจทก์ได้รับบาดเจ็บ จึงฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวมเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า กิจการเดินรถเป็นของจำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียว จำเลยที่ ๑ มิได้ขับรถโดยประมาท ค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องสูงเกินไป จำเลยที่ ๒ ให้การว่ามิได้เป็นเจ้าของรถคันเกิดเหตุร่วมกับจำเลยที่ ๑ และมิได้จัดการเดินรถเพื่อหาเงินร่วมกับจำเลยที่ ๑ ทั้งมิได้เป็นนายจ้างหรือหุ้นส่วนร่วมกับจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถโดยประมาท จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิด พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย และโจทก์ได้รับบาดเจ็บ จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนเดินรถกับจำเลยที่ ๑ ด้วย ต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ และเห็นควรให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับบุตรโจทก์ ๕,๐๐๐ บาท และสำหรับตัวโจทก์ ๕,๗๐๐ บาท พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนที่ฟ้อง จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนเดินรถกับจำเลยที่ ๑ หากเสียหายจริงก็ไม่เกินค่าเสียหายที่จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้ไว้ ศาลฎีกาฟังว่า ข้อเท็จจริงน่าเชื่อตามคำพยานโจทก์ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนเดินรถกับจำเลยที่ ๑ และวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ กระทำละเมิดต่อโจทก์เนื่องในการดำเนินกิจการของหุ้นส่วนจำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ ๑ กระทำต่อโจทก์เช่นเดียวกับตัวการต้องร่วมรับผิดกับตัวแทนตามนัยมาตรา ๑๐๔๒ และ ๔๒๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนค่าเสียหายเห็นว่าศาลอุทธรณ์กำหนดมาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 603/2506 นายทองหยาด ยงค์บรรทม ในฐานะส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็ก หญิงวัชรี ยงค์บรรทม โจทก์ นายแถว แสนมา ที่ 1 นายก้านก่อง ชาแสน ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความในฐานะส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็ก - นายทองหยาด ยงค์บรรทม · โจทก์ - หญิงวัชรี ยงค์บรรทม · ล. - นายแถว แสนมา ที่ 1 นายก้านก่อง ชาแสน ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · เจน เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายเอนก สุเสารัส · ศาลอุทธรณ์ - นนายเสรี ลิมปนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1611/2512ฎีกา 2806/2526ฎีกา 694/2531ฎีกา 2438/2535ฎีกา 4622/2557ฎีกา 6164/2533ฎีกา 6101/2539ฎีกา 1211/2518ฎีกา 3267/2540ฎีกา 7549/2538ฎีกา 1365/2493ฎีกา 718/2550ฎีกา 1006/2510ฎีกา 1820/2541ฎีกา 1236/2541ฎีกา 516/2537ฎีกา 2922/2540ฎีกา 620/2522ฎีกา 5545/2542ฎีกา 2452/2531ฎีกา 2977/2523ฎีกา 2882/2538ฎีกา 2161/2532ฎีกา 2385/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา