⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2452/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2452/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ประกอบการขนส่งที่ยอมให้ผู้อื่นนำรถของตนออกวิ่งรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร โดยตนได้รับผลประโยชน์ด้วย ถือว่าเป็นการมอบอำนาจให้เป็นตัวแทน และต้องร่วมรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำละเมิดของผู้รับจ้างนั้น

ย่อคำพิพากษา

ผู้มีชื่อนำรถแท็กซี่มาจดทะเบียนเป็นชื่อของบริษัทจำเลยที่2 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ประกอบการเดินรถยนต์บรรทุกคนโดยสาร แล้วจำเลยที่ 2 ยอมให้จำเลยที่ 1 นำรถคันดังกล่าวออกวิ่งรับคนโดยสารโดยมีตราบริษัทจำเลยที่ 2 ติดอยู่ข้างรถ และจำเลยที่ 2 ได้รับผลประโยชน์จากการนี้ด้วย ดังนี้ เท่ากับจำเลยที่ 2 เชิดให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ผู้ได้รับความเสียหายจากการทำละเมิดของจำเลยที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.427 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนหรือตัวแทนเชิดของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถแท็กซี่โดยประมาทชนโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่าโจทก์มีส่วนประมาทและค่าเสียหายสูงเกินความจริง จำเลยที่ ๒ ให้การว่านางสาวฤทัยเจ้าของรถคันดังกล่าวนำรถมาวิ่งในนามของจำเลยที่ ๒ เพราะไม่อาจวิ่งรับจ้างโดยอิสระได้นางสาวฤทัยเป็นผู้ครอบครองและเสียภาษีรถยนต์ในนามของจำเลยที่๒ จำเลยที่ ๒ เรียกค่าธรรมเนียมการนำเข้าร่วมจากนางสาวฤทัยคันละ ๖๐ บาทต่อเดือน จำเลยที่ ๑ เช่ารถคันเกิดเหตุไปจากจำเลยที่ ๒ เป็นประจำทุกวัน มิใช่ตัวแทนของจำเลยที่ ๒ รถชนโจทก์เพราะโจทก์วิ่งตัดหน้าสุดวิสัยที่จำเลยที่ ๑ จะหยุดรถได้ทันขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน ๑๐๑,๐๐๐บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์มีส่วนในความประมาทที่ก่อให้เกิดความเสียหาย แต่จำเลยที่ ๑ เป็นฝ่ายประมาทมากกว่าจึงให้จำเลยรับผิด ๒ ใน ๓ ส่วน ปัญหาว่าจำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ หรือไม่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบการเดินรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารในกรุงเทพมหานคร นางฤทัยสมาชิกของจำเลยที่ ๒ ได้นำแท็กซี่คันเกิดเหตุมาจดทะเบียนเป็นชื่อของจำเลยที่ ๒ แล้วนำออกวิ่งรับคนโดยสารในนามบริษัทจำเลยที่ ๒ โดยมีตราของจำเลยที่ ๒ ติดอยู่ข้างรถโดยเปิดเผยและจำเลยที่ ๒ ได้รับผลประโยชน์จากนางฤทัยในการนำแท็กซี่คันเกิดเหตุเข้าร่วมดังกล่าวเห็นว่าแม้จำเลยที่ ๑ จะไม่ได้เป็นลูกจ้างได้รับเงินเดือนจากจำเลยที่ ๒ แต่การที่จำเลยที่ ๒ ยอมให้มีการจดทะเบียนแท็กซี่คันเกิดเหตุเป็นชื่อของจำเลยที่ ๒ แล้วยินยอมให้จำเลยที่ ๑ นำแท็กซี่คันดังกล่าวออกวิ่งรับคนโดยสารในนามของจำเลยที่ ๒ โดยเปิดเผย โดยจำเลยที่ ๒ได้รับผลประโยชน์ในการนี้ด้วย เท่ากับจำเลยที่ ๒ เชิดให้จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๒ นั่นเอง บุคคลทั่วไปย่อมเข้าใจว่าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ประกอบการเดินรถยนต์รับจ้างสาธารณะรับบรรทุกคนโดยสารในกิจการของจำเลยที่ ๒ เอง จำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ด้วยและโดยเหตุที่หนี้ที่จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดต่อโจทก์นี้เป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้แม้จำเลยที่ ๒ จะเป็นฝ่ายฎีกา ศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ ๑ ซึ่งมิได้ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๕ ประกอบด้วยมาตรา ๒๔๗ พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน ๖๗,๓๓๓.๓๓ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2452/2531 นางสาวสุกัญญา ฉัตรชนะชัย โจทก์ นายชาตรี ชูชาญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสุกัญญา ฉัตรชนะชัย · จำเลย - นายชาตรี ชูชาญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประดิษฐ์ ก้อนทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพ ภักดีศุภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 4879/2533ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 3394/2536ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา