⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1053/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2507

ป.อาญา ม.393 · ป.วิ.อาญา ม.158, 185

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดูหมิ่นด้วยการโฆษณาตามมาตรา 393 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หมายถึง การดูหมิ่นในลักษณะป่าวร้องให้รู้กันหลายคน การกล่าวดูหมิ่นโดยฝากคำพูดไปบอกผู้เสียหายโดยตรงต่อบุคคลเพียงคนเดียว ไม่ถือเป็นการโฆษณาตามความหมายของกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

บรรยายฟ้องว่า "จำเลยกล่าวทำดูหมิ่นนางประยูร ด้วยการโฆษณาโดยจำเลยกล่าวต่อเด็กหญิงเวียนเด็กรับใช้ในบ้านของนางประยูรว่า ให้ไปบอก อ้ายเหี้ย อีเหี้ย นายของมึงสองคน อย่ามาว่าอะไรกูมากนัก ประเดี๋ยวกูทนไม่ได้จะเอาเรื่องอีก" ดังนี้เป็นการสั่งฝากไปบอกผู้เสียหายในลักษณะพูดกันตัวต่อตัว โดยไม่ปรากฎว่าจำเลยได้กล่าวต่อบุคคลอื่นอีก จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ในความผิดฐานดูหมิ่นด้วยการโฆษณาตามมาตรา 393 เพราะมาตราดังกล่าวนี้มีความหมายถึงการดูหมิ่นในลักษณะการป่าวร้องให้รู้กันหลาย ๆ คน ฉะนั้น แม้จำเลยจะรับสารภาพก็ลงโทษไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.393

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.393 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๐๗ เวลากลางวัน จำเลยบังอาจกล่าวคำดูหมิ่นนางประยูร กลับพะนันด้วยการโฆษณา โดยจำเลยกล่าวต่อเด็กหญิงเวียน เพชรแสง เด็กรับใช้ในบ้านนางประยูรว่า "ให้ไปบอก อ้ายเหี้ย อีเหี้ย นายของมึงสองคน อย่ามาว่าอะไรกูมากนัก ประเดี๋ยวกูทนไม่ได้จะเอาเรื่องอีก" เหตุเกิดตำบลบ้านช่างหล่อ อำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๓ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่จำเลยกล่าวถ้อยคำดังที่โจทก์ฟ้องต่อเด็กหญิงเวียนนั้น ไม่ใช่เป็นการโฆษณาเพราะกล่าวต่อหน้าบุคคลคนเดียวและถ้อยคำที่กล่าวเป็นเพียงคำไม่สุภาพ จำเลยไม่ผิด พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ บัญญัติว่า "ผู้ใดดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา ต้องระวางโทษฯ" และคำว่า "โฆษณา" ตามพจนานุกรมหมายความว่า การป่าวร้อง จึงแสดงให้เห็นว่า การดูหมิ่นด้วยการโฆษณาตามมาตรา ๓๙๓ นี้มีความหมายถึงการดูหมิ่นในลักษณะให้รู้กันหลาย ๆ คน ไม่ใช่พูดกันตัวต่อตัว จริงอยู่การฟ้องหาว่า ดูหมิ่นผู้อื่นด้วยการโฆษณา ไม่จำต้องบรรยายว่าจำเลยกล่าวคำดูหมิ่นต่อหน้าบุคคลรวมทั้งสิ้นกี่คน และเป็นใครบ้างโดยละเอียดดังฎีกาโจทก์ เพียงแต่บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลมาให้เห็นหรือเข้าใจได้ว่า จำเลยดูหมิ่นผู้อื่นต่อบุคคลหลายคน อันเข้าในลักษณการโฆษณาก็พอแล้ว ในฟ้องโจทก์ แม้จะกล่าวว่าจำเลยกล่าวคำดูหมิ่นผู้เสียหายด้วยการโฆษณามาด้วยก็ตาม นั่นเป็นเพียงกล่าวถึงฐานความผิดที่โจทก์กล่าวหาตามความเข้าใจของโจทก์เท่านั้น โจทก์จำต้องบรรยายรายละเอียดแห่งการกระทำของจำเลยที่อ้างว่าเป็นความผิด ในฐานที่กล่าวหานั้นด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) ่แต่ตามฟ้องโจทก์บรรยายมาเพียงว่า จำเลยได้กล่าวคำดูหมิ่นผู้เสียหายต่อเด็กหญิงเวียน เป็นการสั่งฝากไปบอกผู้เสียหายในลักษณะพูดกันตัวต่อตัว โดยไม่ปรากฎว่าจำเลยได้กล่าวต่อบุคคลอื่นอีกเช่นนี้ จะให้เข้าใจเลยไปว่าจำเลยยังกล่าวต่อบุคคลอื่นอีกด้วยไม่ได้ ไม่มีทางให้เห็นหรือเข้าใจว่าจำเลยกล่าวคำดูหมิ่นผู้เสียหายต่อบุคคลหลายคน จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ในความผิดฐานดูหมิ่นด้วยการโฆษณา แม้จำเลยจะรับสารภาพ ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2507 ผู้ว่าคดีศาลแขวงธนบุรี โจทก์ นางประยงค์ หนูทอง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงธนบุรี · ล. - นางประยงค์ หนูทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงธนบุรี - นายวิจิตร วิจารณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิริยะ เลิดศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4/2508ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 20504/2556ฎีกา 99/2541ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 3026/2517ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 605/2511ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา