⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1082/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เจ้าพนักงานตำรวจมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีอาวุธปืนหรือสิ่งของผิดกฎหมายซ่อนอยู่ สามารถทำการค้นตัวได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น 2. การที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายหลายบท โดยบทหนึ่งเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานและอีกบทหนึ่งเป็นความผิดต่อบุคคลทั่วไป ไม่ทำให้ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม

ย่อคำพิพากษา

ค้นจำเลยกับพวกขณะยืนซุบซิบกันที่หลังสถานีรถไฟ โดยผู้ค้นเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ได้ติดตามคนร้ายปล้นทรัพย์หนีข้ามท้องที่มา และได้ร่วมกับตำรวจในท้องที่ทำการติดตามและมีเหตุสงสัยอันควรที่จะทำการค้น คือสงสัยว่าจะมีอาวุธปืนและของผิดกฎหมาย เช่นนี้ ทำการค้นจำเลยได้โดยไม่จำต้องมีหมายค้น การที่โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องอ้างมาตราที่ลงโทษผู้ที่กระทำผิดต่อบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าพนักงานมาด้วยนั้น หาทำให้ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.93 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.138 ประมวลกฎหมายอาญา ม.140 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑บังอาจต่อสู้ขัดขวางและชกต่อยจ่าสิบตำรวจโอภาศ ขณะปฏิบัติหน้าที่ และร่วมกับจำเลยที่ ๒ ต่อสู้ขัดขวางร้อยตำรวจโทพัฒน์ไม่ยอมให้จับจำเลยที่ ๑ แล้วร่วมกันใช้กำลังชกต่อยและใช้มีดแทงร้อยตำรวจโทพัฒน์ในขณะกำลังทำการจับกุมจำเลยที่ ๑ ถูกที่ท้องทะลุเข้าข้างในบาดเจ็บสาหัส โดยเจตนาฆ่า แต่การกระทำไม่บรรลุผลเพราะแพทย์รักษาไว้ทัน ร้อยตำรวจโทพัฒน์จึงไม่ตาย และฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ มีอาวุธปืนสั้น ๑ กระบอกไม่มีทะเบียนและกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษ ริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ ๑ รับข้อหามีอาวุธปืน ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ในข้อหามีอาวุธปืน ข้อหาอื่นยก ส่วนจำเลยที่ ๒ ผิดฐานต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานผู้ทำการตามหน้าที่ตามมาตรา ๑๓๘,๑๔๐,๒๘๘,๒๘๙,๘๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ลงโทษบทหนักมาตรา ๒๘๙,๘๐ จำคุก ๑๖ ปี ริบของกลาง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาประชุมปรึกษาแล้ว โจทก์นำสืบว่า ร้อยตำรวจโทพัฒน์และจ่าสิบตำรวจโอภาศติดตามจับคนร้ายซึ่งหลบหนีเข้ามาในท้องที่อำเภอห้วยแถลง ได้เห็นจำเลยทั้ง ๒ กับนายประกอบยืนพูดซุบซิบกันที่หลังสถานีรถไฟเป็นพิรุธ จึงบอกตำแหน่งแล้วขอค้น จ่าสิบตำรวจโอภาศแสดงตัวเป็นตำรวจแล้วขอดูกระเป๋าซิบจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ แย่งกระเป๋าคืนและชกถูกหน้าจ่าสิบตำรวจโอภาศแล้ววิ่งหนี ร้อยตำรวจโทพัฒน์วิ่งไล่ตามจับจำเลยที่ ๑ ถูกจำเลยที่ ๒ ใช้มีดแทง ฯลฯ ซึ่งศาลฎีกาฟังว่าจำเลยที่ ๒ ได้ทำร้ายต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งทำการตามหน้าที่ตามที่โจทก์ฟ้อง และในข้อที่จำเลยที่ ๒ อ้างในฎีกาว่า ร้อยตำรวจโทพัฒน์กับพวกไม่มีอำนาจจะทำการค้นตัวจำเลยนั้น ข้อนี้ ปรากฎว่าผู้ค้นเป็นเจ้าพนักงานตำรวจติดตามคนร้ายปล้นทรัพย์หนีข้ามท้องที่มา และได้ร่วมกับตำรวจท้องที่ทำการติดตาม และมีเหตุสงสัยอันควรที่จะทำการค้น คือสงสัยว่าจะมีอาวุธปืนและของผิดกฎหมาย จึงทำการค้นจำเลยได้โดยไม่จำต้องมีหมายค้น และเห็นว่า การที่โจทก์มีคำขอมาในท้ายฟ้องอ้างมาตราที่ลงโทษผู้ที่กระทำผิดต่อบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าพนักงานมาด้วยนั้น หาทำให้ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082/2507 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายตู้ สิทธิสระน้อย ที่ 1 นายเหรียญ ทนงสำโรง ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · ล. - นายตู้ สิทธิสระน้อย ที่ 1 นายเหรียญ ทนงสำโรง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยุ้ย อาตมียะนันทน์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายวร ไวยหงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิ เกตุทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 712/2559ฎีกา 226/2529ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1220/2510ฎีกา 551/2514ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1783/2536ฎีกา 1211/2481ฎีกา 2632/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา