⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 137/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทำละเมิดตามมาตรา 420 คือผู้ที่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 448 และการรู้ตัวผู้ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ไม่ได้หมายรวมถึงการรู้จำนวนค่าเสียหายด้วย อายุความคดีละเมิดเริ่มนับเมื่อรู้ตัวผู้ต้องรับผิด แม้จะยังไม่ทราบจำนวนความเสียหายที่แน่นอนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งกล่าวไว้ในมาตรา 448 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ก็คือ ผู้ทำละเมิดตามมาตรา 420 นั่นเอง และการรู้ตัวผู้พึงต้องใช้ค่าไหมทดแทนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 448 นั้น ก็มิได้หมายรวมถึงการรู้จำนวนค่าเสียหายที่ผู้ละเมิดจะพึงต้องใช้ด้วย เสมียนแผนกเงินยักยอกเงินของทางราชการในระหว่างที่จำเลย 3 คนดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกเงินสืบต่อกันเมื่ออธิบดีกรมนั้นได้รับรายงานจากคณะกรรมการสอบสวนว่าจำเลยคนใดจะต้องรับผิดเพียงใด เป็นจำนวนเงินเท่าใดย่อมแล้วแต่ความทุจริตซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่จำเลยนั้น ๆ เป็นหัวหน้าแผนก ดังนี้ อายุความในการที่กรมนั้นจะใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในมูลละเมิดจากจำเลยย่อมเริ่มต้นแล้ว แม้รายงานนั้นจะแจ้งด้วยว่าในขณะนั้นยังไม่สามารถจะรายงานให้ทราบจำนวนเงินซึ่งจำเลยแต่ละคนจะต้องรับผิดก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามรับราชการตำแหน่งหัวหน้าแผนกเงิน สำนักงานเลขานุการกรมที่ดิน โดยจำเลยที่ ๑ ดำรงตำแหน่งในปี ๒๔๙๒ ถึง ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ จำเลยที่ ๒ ตั้งแต่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๘ ถึง ๑ มิถุนายน ๒๔๙๘ และ จำเลยที่ ๓ ตั้งแต่ ๒ มิถุนายน ๒๔๙๘ ถึง ๖ มกราคม ๒๔๙๙ จำเลยได้ประมาทเลินเล่อต่อหน้าที่ปล่อยให้นายทวี นิยมฤทธิ์ เสมียนแผนกเงิน ทำการทุจริตยักยอกเงินมัดจำรังวัดรวม ๑,๐๐๑,๓๔๖.๕๕ บาท โดยยักยอกไปในระยะที่จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดชอบ ๘๓๗,๕๓๐.๕๐ บาท ในระยะที่จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดชอบ ๖๗,๕๗๓.๘๕ บาท ในระยะที่จำเลยที่ ๓ ต้องรับผิดชอบ ๙๖,๒๔๒.๒๐ บาท กระทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทราบถึงตัวจำเลยทั้งสามที่จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อ ๕ ตุลาคม ๒๔๙๙ ได้แจ้งให้จำเลยชดใช้แล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับให้จำเลยใช้เงินตามจำนวนที่ต้องรับผิดชอบดังกล่าวแก่โจทก์(ยื่นฟ้องวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๐๐) จำเลยแต่ละคนให้การตัดฟ้องว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้ว และต่อสู้ประการอื่นด้วย ศาลแพ่งพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อความปรากฎขึ้นว่านายทวีได้ยักยอกเงินรายนี้ไปแล้ว อธิบดีกรมโจทก์ได้สั่งให้ไล่นายทวีออก และให้คณะกรรมการกสอบสวนพิจารณาเกี่ยวกับความรับผิดของผู้บังคับบัญชาในทางการเงินว่าผู้บังคับบัญชาจะต้องรับผิดชอบใช้ให้หรือไม่เพียงใด ขอให้กรรมการตรวจสอบเหตุผลเสนอ คณะกรรมการจึงเสนอความเห็นเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๔๙๙ ว่า ความรับผิดของหัวหน้าแผนกเงินทั้งสามนาย คือ จำเลยทั้งสามนี้ คนใดจะต้องรับผิดเพียงใด เป็นจำนวนเงินเท่าใด ย่อมแล้วแต่ความทุจริตซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่บุคคลนั้นเป็นหัวหน้าแผนก ซึ่งไม่สามารถจะเรียนให้ทราบในขณะนั้นได้ เพราะจะต้องรอการตรวจสอบบัญชีของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินให้แน่นอนก่อน ดังนี้ แสดงให้เห็นชัดว่า โจทก์ได้ถือเอาและรู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนในข้อที่กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสามได้ทำการประมาทเลินเล่อให้โจทก์ต้องเสียหายเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๔๙๙ นั้นแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า ในเดือนกรกฎาคม ๒๔๙๙ นั้น โจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนดังที่โจทก์นำคดีมาฟ้องเรียกร้องให้รับผิดนี้แล้ว ยังคงขาดอยู่แต่การที่จะกำหนดเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดเท่านั้น อายุความ ๑ ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ เป็นการกำหนดหน้าที่ให้โจทก์สอบสวนคิดคำนวณค่าเสียหายนานพออยู่แล้ว ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า การรู้ตัวผู้พึงใช้ค่าสินไหมทดแทนต้องหมายรวมถึงการรู้จำนวนค่าเสียหายที่ผู้ละเมิดจะพึงต้องใช้ด้วยนั้น ฟังไม่ขึ้น เพราะตามบทบัญญัติมาตรา ๔๒๐ แสดงอยู่ในตัวว่าผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนก็คือ ผู้ทำละเมิดนั้นเอง ค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น เป็นอีกเรื่องหนี่ง ความที่ยังไม่รู้ว่าผู้ทำละเมิดจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพียงใดหาอาจนำมาอ้างได้ว่ายังไม่รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ไม่ โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดเมื่อขาดอายุความพ้นปีหนึ่งแล้ว ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2507 กรมที่ดิน โดยนายถวิล สุนทรศารทูล อธิบดี โจทก์ ขุนวีหิกรณ์บรรณกิจ กับพวก รวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมที่ดิน โดยนายถวิล สุนทรศารทูล อธิบดี · ล. - ขุนวีหิกรณ์บรรณกิจ กับพวก รวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · อรรถขจรนิติปคุณ · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจำรูญ เจริญกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายเพรียง โรจนรัส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 4300/2543ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4513/2533ฎีกา 6560/2555ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา