⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 273/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 273/2507

ป.อาญา ม.59, 80, 334 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ยังมิได้เข้ายึดถือเอาทรัพย์สินนั้นไปให้ถือว่าเป็นการพยายามลักทรัพย์.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีเจตนาลักสร้อยคอซึ่งบุตรของผู้เสียหายสวมอยู่ พอใช้ตะไกรตัดสร้อยนั้นขาดตกลงยังพื้นดิน ยังมิได้เข้ายึดถือเอาสร้อยนั้นไป ก็มีคนบอกให้ผู้เสียหายรู้ตัวและเก็บเอาสร้อยไว้เสียก่อน จะถือว่าจำเลยเอาสร้อยนั้นไป(ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334)ยังไม่ได้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันเกิดเหตุ เวลากลางคืน จำเลยพกพาอาวุธสนับมือทองเหลือง ๑ อันไปในงานกาชาดสวนอัมพร อันเป็นทางสาธารณะและชุมนุมชนที่จัดให้มีขึ้นเพื่อการรื่นเริงและการกุศล โดยไม่มีเหตุสมควร แล้วทำการลักสายสร้อยคอทองคำ ๑ เส้นซึ่งมีจี้ทองคำห้อยติดอยู่ ของนางเสริมศรีซึ่งสวมอยู่ที่คอเด็กหญิงสุนิสา โดยจำเลยใช้ตะไกรตัดเล็บตัดสายสร้อยขาด ลักเอาทรัพย์ดังกล่าวไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๑)(๗),๓๗๑,๔๑ จำเลยให้การรับข้อหาฐานพกสนับมือแต่ปฏิเสธฐานลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพกอาวุธตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ให้ปรับ ๔๐ บาท รับลดกึ่ง คงปรับ ๒๕ บาท สนับมือของกลางให้ริบ ข้อหาฐานลักทรัพย์ให้ยกฟ้อง ตะไกรตัดเล็บของกลางคืนให้จำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะว่า จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕(๑)ด้วย ให้จำคุกจำเลย ๒ ปี ตะไกรของกลางริบ โทษปรับที่จำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษมาแล้วให้จัดการตามมาตรา ๒๙,๓๐ จำเลยฎีกา(ส่วนโจทก์มิได้ฎีกาโต้เถียงข้อที่ศาลอุทธรณ์ไม่ถือการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา ๓๓๕(๑) และ (๗)) ศาลฎีกาฟังว่า ตามวันเวลาที่โจทก์หา ผู้เสียหายอุ้มเด็กหญิงสุนิสาบุตรีไปเที่ยวงานกาชาด เด็กหญิงสุนิสาสวมสร้อยคอห้อยจี้ทองคำ ขณะเกิดเหตุสิบตำรวจเอกอุดมและสิบตำรวจโทโอษฐเห็นจำเลยเอื้อมมือไปที่คอเด็กหญิงสุนิสา พอชักมือกลับมาสร้อยก็หล่นไปที่พื้นดิน สิบตำรวจเอกอุดมร้องบอกผู้เสียหายว่าสร้อยคอตกพร้อมกับเข้าขอค้นตัวจำเลย ผู้เสียหายก้มดูที่พื้นดิน เห็นสายสร้อยตกอยู่ข้างเท้าก็หยิบขึ้นดูเห็นมีรอยถูกตัด ตำรวจค้นได้สนับมือทองเหลือง ๑ อัน และตะไกรตัดเล็บ ๑ อันอยู่ในกระเป๋ากางเกงจำเลย จำเลยเป็นคนร้ายใช้ตะไกรตัดสร้อยคอนั้นขาดและตกลงไปที่พื้นดินโดยมีเจตนาลักสร้อยคอนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะตัดสายสร้อยขาดตกลงยังพื้นดินแล้ว แต่จำเลยก็ยังมิได้เข้ายึดถือเอาสายสร้อยนั้นไป เพราะผู้เสียหายรู้ตัวและเก็บเอาไว้เสียก่อน จะถือว่าจำเลยเอาสายสร้อยนั้นไปยังไม่ได้ จำเลยควรมีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์เท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๑)ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี ๔ เดือน นอกนั้นคงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 273/2507 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายบุญเสริม รักพินิจ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายบุญเสริม รักพินิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1715/2545ฎีกา 729/2483ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 16867/2557ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1141/2506ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา