⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 440/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 440/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงที่ศาลฟังได้นั้นไม่แตกต่างกับที่โจทก์ฟ้องในสาระสำคัญ และจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ แม้ข้อเท็จจริงที่ฟังได้จะแตกต่างจากที่ฟ้องในส่วนของสถานที่เกิดเหตุก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ฟ้องว่า เหตุเกิดในท้องที่อำเภอหนึ่ง แม้ศาลจะฟังข้อเท็จจริงดังที่จำเลยนำสืบว่าเหตุเกิดในท้องที่อีกอำเภอหนึ่งก็ตาม แต่เขตของสองอำเภอนั้นอยู่ใกล้ชิดติดต่อกัน และจำเลยก็รู้ดีอยู่แล้วว่าสถานที่เกิดเหตุนั้นอยู่ที่ใด เช่นนี้ ถือได้ว่าในข้อสถานที่เกิดเหตุนั้น ทางพิจารณาไม่แตกต่างกับฟ้องในข้อสาระสำคัญและจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้อย่างใด ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับจำเลยตามสำนวนคดีอื่นได้บังอาจสมคบร่วมกันทำสุราโดยมีภาชนะและเครื่องกลั่นทำสุราไว้ในครอบครองเพื่อทำสุรา และมีสุราแช่ผิดกฎหมาย และสุรากลั่นไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.๒๔๙๓ มาตรา ๕,๓๐,๓๒ พระราชบัญญัติสุรา(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๔,๖ ให้ลงโทษจำเลยโดยปรับฐานทำสุราแลมีภาชนะสำหรับทำสุรา ๖๐๐ บาท ฐานมีน้ำสุรา ๑,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะฟังข้อเท็จจริงดังที่จำเลยนำสืบว่าสวนของจำเลยอยู่ห่างที่เกิดเหตุ คือ ที่ต้มสุราราว ๓ วา จะอยู่ในเขตอำเภอเมืองระยอง ไม่ได้อยู่ในเขตอำเภอบ้านค่ายดังที่โจทก์ฟ้อง ก็ย่อมเห็นได้ว่า เขตของอำเภอเมืองระยองกับอำเภอบ้านค่ายนั้นติดต่อกัน และสถานที่เกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่าอยู่ในเขตอำเภอบ้านค่ายก็อยู่ใกล้ชิดติดต่อกันกับเขตอำเภอเมืองระยองนั้นเอง ตามคำเบิกความของจำเลยเองก็แสดงอยู่ว่าจำเลยรู้ดีว่าสถานที่เกิดเหตุที่โจทก์หาว่าจำเลยสมคบต้มกลั่นสุรานั้นอยู่ที่ไหน ฉะนั้น จำเลยหาได้หลงข้อต่อสู้ไม่ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องตามมาตรา ๑๔๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลหาจำต้องยกฟ้องเสมอไปไม่ ถ้าศาลเห็นว่าข้อแตกต่างนั้นมิใช่ในข้อสาระสำคัญ และทั้งจำเลยก็มิได้หลงข้อต่อสู้แล้ว ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ คดีนี้เห็นได้ว่า ข้อแตกต่างดังกล่าวอันเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุนั้นมิใช่ข้อสาระสำคัญ และจำเลยก็รู้ดีว่าสถานที่เกิดเหตุอยู่ที่ไหน มิได้หลงข้อต่อสู้แต่ประการใด ศาลก็ย่อมจะลงโทษจำเลยได้ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 440/2507 อัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นายติ่ง สิทธิโชค ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดระยอง · ล. - นายติ่ง สิทธิโชค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นายแต่ง ทองภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม ทัตภิรมย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 1303/2568ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา