⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1116/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ละทิ้งหน้าที่หรือประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้นักโทษหลบหนี ต้องรับผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 205 การงดโทษตามมาตรา 205 วรรคท้ายนั้น ผู้กระทำผิดต้องสามารถจัดให้ได้ตัวผู้หลบหนีคืนมาภายใน 3 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องให้โอกาสผู้กระทำผิดไปติดตามตัวผู้หลบหนีเสียก่อน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เป็นเวรควบคุมนักโทษในแดน 1 ตั้งแต่ 12.00 - 18.00 นาฬิกา ก่อนจะออกเวรพ้นหน้าที่จะต้องมอบหน้าที่ให้จำเลยที่ 2 เข้าเป็นยามภายในแดน 1 มอบหน้าที่ยามภายนอกและลูกกุญแจตึกขังให้นายสุดใจผู้จะมารับหน้าที่ต่อ แต่เมื่อใกล้ 18.00 นาฬิกา จำเลยที่ 2 มารับหน้าที่คนเดียว จำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 เข้าเป็นยามภายในห้องขังใส่กุญแจตึกขังแล้ว ฝากลูกกุญแจตึกขังไว้กับจำเลยที่ 2 แล้วละทิ้งหน้าที่ไป เป็นช่องทางให้นักโทษใช้อุบายออกจากห้องขังแล้วจับหรือบังคับจำเลยที่ 2 ให้มอบลูกกุญแจไขตึกขังหลบหนีการควบคุมไปได้ ดังนี้ เป็นเพราะความประมาทปราศจากความระมัดระวังอย่างร้ายแรงของจำเลยที่ 1 ผิดตามมาตรา 205 จำเลยที่ 2 รู้ดีว่า นายสุดใจจะต้องมารับยามภายนอกและรักษาลูกกุญแจตึกขัง ตามวิสัยและพฤติการณ์ไม่สมควรรับฝากลูกกุญแจตึกขังไว้เพราะนักโทษอาจออกจากห้องขังมาบังคับเอาลูกกุญแจตึกขังหนีไปได้ และน่าจะรู้ดีว่า ทางเรือนจำวางระเบียบให้มียามภายนอก ในเวลากลางคืน ก็เนื่องจากจะให้มีเจ้าหน้าที่ช่วยกันดูแลเป็นชั้นๆ เมื่อมีเหตุร้ายจะได้ช่วยกันระงับได้ทันท่วงที การยอมรับฝากลูกกุญแจจึงเป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ละทิ้งหน้าที่ เป็นเหตุให้นักโทษหลบหนีที่คุมขังออกไป ฉะนั้นการที่จำเลยที่ 2 ยอมรับฝากลูกกุญแจตึกขังไว้จากจำเลยที่ 1 นับว่าเป็นความประมาทอย่างร้ายแรง นักโทษได้ลูกกุญแจจากจำเลยที่ 2 ไขประตูตึกขังหลบหนีไปได้ จึงเป็นเพราะความประมาทปราศจากความระมัดระวังอย่างร้ายแรงของจำเลยที่ 2 ด้วย ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 205 วรรคท้ายเป็นเรื่องให้งดการลงโทษผู้กระทำผิด ในเมื่อผู้กระทำผิดสามารถจัดให้ได้ตัวผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังคืนมาภายใน 3 เดือน จะจัดโดยวิธีใดก็ได้ มิใช่จะต้องให้โอกาสผู้กระทำผิดไปติดตามผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังเสียก่อนแล้วจึงจะสอบสวนฟ้องร้องลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.205

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๒ เป็นผู้คุมตรี เป็นเจ้าพนักงานมีตำแหน่งหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังตามอำนาจศาลได้ทำการควบคุมดูแลนักโทษประหารโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังและฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของเรือนจำกลางบางขวาง เป็นเหตุให้นักโทษประหารซึ่งมีนักโทษชายสนองกับพวกรวม ๕ คน ออกจากห้องขัง ตึกขังและออกจากแดนได้และต่อสู้เจ้าพนักงานถึงแก่ความตาย ๒ คน อีก ๓ คนหลบหนีออกจากเรือนจำไปได้ ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๐๕ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยทั้ง ๒ ผิดมาตรา ๒๐๕ จำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า วันเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ เป็นเวรควบคุมนักโทษในแดน ๑ ตั้งแต่ ๑๒.๐๐ - ๑๘.๐๐ นาฬิกา ก่อนจะออกเวรพ้นหน้าที่จะต้องมอบหน้าที่ให้จำเลยที่ ๒ เข้าเป็นยามภายในแดน ๑ มอบหน้าที่ยามภายนอกให้นายสุดใจ และมอบลูกกุญแจตึกขังให้นายสุดใจผู้จะมารับหน้าที่ต่อแต่เมื่อใกล้ ๑๘.๐๐ นาฬิกา จำเลยที่ ๒ มารับหน้าที่คนเดียว จำเลยที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๒ เข้าเป็นยามภายในห้องขังและใส่กุญแจตึกขัง เนื่องจากนายสุดใจยังไม่มา จึงยังมอบลูกกุญแจตึกขังให้นายสุดใจไม่ได้ จำเลยที่ ๑ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ฝากลูกกุญแจตึกขังไว้กับจำเลยที่ ๒ แล้วละทิ้งหน้าที่ไปเสียเฉย ๆ เป็นช่องทางให้นักโทษในห้องขังใช้อุบายออกจากห้องขังแล้วจับจำเลยที่ ๒ หรือบังคับจำเลยที่ ๒ ให้มอบลูกกุญแจให้แล้วไขตึกขังหลบหนีการควบคุมไปได้ เห็นว่าเป็นเพราะความประมาทปราศจากความระมัดระวังอย่างร้ายแรงของจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๒ รู้ดีว่านายสุดใจจะต้องมารับหน้าที่เป็นยามภายนอก และจะต้องเป็นผู้รักษาลูกกุญแจตึกขังด้วย และตามวิสัยและพฤติการณ์ จำเลยที่ ๒ ไม่ควรรับฝากลูกกุญแจตึกขังไว้จากจำเลยที่ ๑ อย่างยิ่ง เพราะนักโทษอาจออกจากห้องขังมาบังคับเอาลูกกุญแจไขตึกขังหนีไปได้และน่าจะรู้ดีว่า การที่ทางเรือนจำวางระเบียบให้มียามภายนอกในเวลากลางคืน ก็เนื่องจากจะให้มีหน้าที่ช่วยกันดูแลเอาใจใส่เป็นชั้น ๆ เมื่อมีเหตุร้ายแรงจะได้ช่วยกันระงับได้ทันท่วงที การที่จำเลยที่ ๒ ยอมรับฝากลูกกุญแจตึกขังไว้จากจำเลยที่ ๑ จึงเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ ละทิ้งหน้าที่ยามภายนอกไปก่อนมอบหมายให้นายสุดใจ เป็นเหตุให้นักโทษหลบหนีที่คุมขังออกไปได้ จำเลยที่ ๒ จะทราบว่ามีระเบียบไม่ให้รับฝากลูกกุญแจหรือไม่ก็ตาม จำเลยที่ ๒ ก็ไม่ควรรับฝาก การยอมรับฝากนับว่าเป็นความประมาทอย่างร้ายแรง และฟังได้ว่า นักโทษชายสนองกับพวกได้เอาลูกกุญแจตึกขังจากจำเลยที่ ๒ ไปไขกุญแจตึกขังแล้วหลบหนีการควบคุมไปได้ เป็นเพราะความประมาทปราศจากความระมัดระวังอย่างร้ายแรงของจำเลยที่ ๒ ด้วย ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๐๕ วรรคท้าย เป็นบทบัญญัติให้โอกาสกับผู้กระทำความผิด คือ ถ้าผู้กระทำผิดจัดให้ได้ตัวผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังคืนมาภายใน ๓ เดือน ก็ให้งดการลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นเรื่องให้งดการลงโทษในเมื่อผู้กระทำผิดสามารถจัดให้ได้ตัวผู้ที่หลุดพ้นจกการคุมขังคืนมาภายในสามเดือน การที่ผู้กระทำผิดจะจัดให้ได้ตัวผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังมานั้น จะจัดโดยวิธีใดก็ได้ มิใช่จะต้องให้โอกาสผู้กระทำผิดไปติดตามผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังเสียก่อนแล้ว จึงจะสอบสวนฟ้องร้องลงโทษจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2508 อัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายเปรื่อง แก้วเกษม ที่ 1 นายลำดวน พรภักดี ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นายเปรื่อง แก้วเกษม ที่ 1 นายลำดวน พรภักดี ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · จิตติ ติงศภัทิย์ · กิตติ สีหนนทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายธาดา วัชรานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลัม รุทระวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543ฎีกา 1189/2537ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 15335-15336/2555ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1958/2526ฎีกา 2890-2891/2519ฎีกา 8366/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา