⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1474/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์ที่ดินตามกฎหมายนั้น ผู้ครอบครองจะต้องครอบครองที่ดินของผู้อื่นโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นระยะเวลา 10 ปี หากผู้ครอบครองมิได้ฟ้องแย้งเพื่อแสดงเจตนาเป็นเจ้าของ ศาลจะพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์เท่านั้น โดยไม่สามารถพิพากษาให้ที่ดินนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ครอบครองได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำรั้วและนำชี้เขตที่ดินรุกล้ำที่ดินของโจทก์ประมาณ 25 ตารางวา จำเลยให้การว่ามิได้รุกล้ำ หากรุกล้ำก็ได้ครอบครองเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผยมาถึง 23 ปี แล้ว ขอให้ยกฟ้อง ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมากว่า 10 ปีแล้ว ศาลก็ย่อมจะพิพากษาเพียงว่าให้ยกฟ้องของโจทก์เท่านั้น จะพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย โดยจำเลยมิได้ฟ้องแย้งด้วยมิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนด ที่ ๗๓๒๑ ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินโฉนดที่ ๗๓๒๒ ของจำเลย เมื่อเดือน ๕ หรือ ๖ พ.ศ. ๒๕๐๑ จำเลยได้ทำรั้วสังกะสีรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ ๖ ตารางวาเศษ ต่อมาเมื่อเจ้าพนักงานไปทำแผนที่กลาง จำเลยกลับชี้เขตที่ดินรุกล้ำเข้ามาอีก โจทก์จึงขอเพิ่มเติมฟ้องว่าจำเลยรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งหมดประมาณ ๒๕ ตารางวา ปรากฏตามแผนที่กลาง ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรื้อรั้วและห้ามจำเลยและบริวารมิให้เกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้กั้นรั้วสังกะสีตามแนวรั้วลวดหนามเดิม มิได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์ หากรุกล้ำจำเลยก็ได้ครอบครองเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผยมาถึง ๒๓ ปี แล้ว ย่อมได้กรรมสิทธิ์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า ตามแนวที่จำเลยนำชี้ในแผนที่กลางหมาย ๓ ตั้งแต่จุด ก. ตรงผ่านไปยังจุด ข. ไปจนสุดเขตที่ดินโจทก์จำเลย เป็นเขตที่ดินของจำเลยตามที่จำเลยครอบครองมา แต่ไม่ให้เกินกว่าเขตภายในเส้นสีเขียวในแผนที่กลางหมาย ๑ พิพากษาว่าที่ดินพิพาทภายในเขตที่ดินของจำเลยดังกล่าวเป็นของจำเลย ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทถึงตรอกทางเดินมากว่า ๑๐ ปีแล้ว แม้จะล้ำเข้าไปในเขตโฉนดของโจทก์บ้าง โจทก์ก็จะอ้างขึ้นยันจำเลยว่าที่พิพาทซึ่งจำเลยครอบครองยังเป็นของตนอยู่มิได้ แต่ในข้อที่ว่าศาลพิพากษาให้ที่พิพาทตามแนวเขตที่จำเลยนำชี้ในแผนที่กลางหมาย ๓ เป็นของจำเลยนั้น จำเลยมิได้ฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทส่วนนั้นเป็นของจำเลย การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้ที่พิพาทภายในเขตที่ดินของจำเลยดังกล่าวเป็นของจำเลยนั้น จึงเกินเลยไป พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์อย่างเดียว ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2508 นายมั้วหรือมัว แซ่ฉั่ว โจทก์ นายมณีหรือเม่งหลี เชื้อเหรียญทองหรือแซ่ตั๊น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมั้วหรือมัว แซ่ฉั่ว · จำเลย - นายมณีหรือเม่งหลี เชื้อเหรียญทองหรือแซ่ตั๊น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · โพยม เลขยานนท์ · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายสันติ์ ภู่ประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ นราภิรมย์ขวัญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา