คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1500/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยครอบครองกระสุนปืนซึ่งเป็นวัตถุอันตรายตามกฎหมาย จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าจำเลยทราบถึงลักษณะของกระสุนปืนนั้นว่าเป็นกระสุนสำหรับใช้แต่เฉพาะในการสงคราม จึงจะลงโทษจำเลยในความผิดฐานครอบครองกระสุนปืนสงครามได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อโจทก์ไม่สืบพยานแสดงให้เห็นว่าความจริงจำเลยย่อมทราบตั้งแต่ได้ครอบครองกระสุนปืนของกลางว่าเป็นกระสุนสำหรับใช้แต่เฉพาะในการสงคราม ก็จะลงโทษจำเลยในความผิดฐานนั้นหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.5 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.55 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 ม.5 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีกระสุนปืนเล็กแบบ ๘๘ ขนาด ๗.๖๒ ซ.ม. ไว้ในความครอบครอง ๒๒ นัด อันเป็นกระสุนสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ
จำเลยรับว่าได้มีกระสุนปืนเล็กไว้ในความครองครองจริง แต่ไม่ทราบว่าเป็นกระสุนปืนสำหรับใช้ในการสงคราม จำเลยใช้กระสุนนั้นกับอาวุธปืนสำหรับยิงสัตว์ซึ่งได้รับอนุญาตได้
ในชั้นพิจารณา จำเลยแถลงรับว่ากระสุนปืนของกลางนี้เพิ่งทราบว่าเป็นกระสุนสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม เมื่อเจ้าพนักงานตรวจพิสูจน์แล้ว โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยาน
ศาลอาญาเห็นว่า เมื่อจำเลยให้การว่าจำเลยใช้กระสุนปืนของกลางกับอาวุธปืนยิงสัตว์ที่ได้รับอนุญาตได้ เมื่อโจทก์ไม่สืบเป็นอย่างอื่น ต้องถือข้อเท็จจริงตามคำให้การของจำเลยว่ากระสุนปืนของกลางจำเลยมีไว้สำหรับใช้แก่อาวุธปืนอื่นซึ่งได้รับอนุญาตแล้วตามข้อยกเว้นในกฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๗ (พ.ศ.๒๕๐๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ ข้อ (๓) ซ.และข้อ (๑๖) จะลงโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้ จำเลยคงมีผิดฐานมีกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามธรรมดา พิพากษาว่าจำเลยผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ ให้ปรับจำเลย ๔๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ ๒๐๐ บาท ของกลางริบ
โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยควรมีความผิดฐานมีกระสุนปืนสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงครามตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่มีความเห็นแย้งของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งว่า จำเลยต้องนำสืบว่าจำเลยไม่ทราบว่ากระสุนปืนของกลางนี้สำหรับใช้แต่เฉพาะในการสงคราม ถ้าไม่นำสืบ ก็ต้องถือว่าจำเลยทำผิดตามฟ้อง
โจทก์ฎีกาว่าหน้าที่นำสืบแสดงความไม่รู้ว่าเป็นกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามตกแก่จำเลย
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ไม่สืบพยานแสดงให้เห็นว่าความจริงจำเลยย่อมทราบตั้งแต่ได้ครอบครองกระสุนปืนของกลางนั้นว่าเป็นกระสุนปืนสำหรับใช้แต่เฉพาะในการสงคราม ก็จะลงโทษจำเลยในความผิดฐานนั้นหาได้ไม่ กระสุนปืนของกลางนั้น ตามคำให้การของจำเลยก็พอฟังได้ว่าใช้กับปืนธรรมดาที่ได้รับอนุญาตสำหับยิงสัตว์ก็ได้ จึงไม่น่าจะมีลักษณะพิเศษบ่งชัดแจ้งว่าเป็นกระสุนปืนหรืออาวุธยุทธภัณฑ์ สำหรับใช้แต่เฉพาะในการสงครามที่ผู้ใดจะพึงทราบได้ทันทีเมื่อได้พบเห็น จำเลยจึงไม่มีหน้าที่จะต้องนำสืบแต่เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1500/2508
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายจินันท์ จันทร์สี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายจินันท์ จันทร์สี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · อดุล รัตนปิณฑะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายแสวง พุทธสถิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสลา หัมพานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา