⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1525/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1525/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ใบมอบอำนาจที่กรมมอบอำนาจให้ฟ้องคดี ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร 2. ใบมอบอำนาจท้ายฟ้อง ถือเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง และการยกข้อต่อสู้เรื่องการไม่ได้รับสำเนาใบมอบอำนาจเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่มีผล 3. ข้อเท็จจริงที่จำเลยให้การรับในคำให้การ ถือเป็นที่ยุติ แม้โจทก์นำสืบข้อเท็จจริงแตกต่างจากที่ฟ้องเล็กน้อย ก็ไม่เป็นเหตุให้ยกฟ้อง 4. ข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จะยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

กรมมอบอำนาจให้ฟ้องคดี ใบมอบอำนาจไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 121 ใบมอบอำนาจท้ายฟ้อง ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่มีสำเนาใบมอบอำนาจติดท้ายฟ้องส่งให้แก่จำเลย ปรากฏว่า เมื่อจำเลยรับสำเนาฟ้องแล้วได้ดำเนินคดีเรื่อยมา เพิ่งยกขึ้นกล่าวอ้างก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดี 2 วัน เกินกำหนดเวลากฎหมายกำหนดไว้ จึงไม่มีผลประการใด เมื่อจำเลยให้การรับว่า จำเลยได้ขับรถยนต์แฉลบลงข้างทางตามฟ้องโจทก์ ข้อเท็จจริงก็รับฟังเป็นยุติจากคำฟ้องโจทก์คำให้การจำเลย แม้โจทก์จะนำสืบว่าจำเลยขับรถยนต์ชนต้นไม้เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2504 (ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์ชนต้นไม้ วันที่ 6 มกราคม 2504) ก็ไม่เป็นเหตุถึงกับทำให้ศาลยกฟ้องโจทก์ ข้อเท็จจริงที่ว่า กรมอนามัยได้ใช้ราคารถยนต์ให้แก่องค์การยูนิเซฟแล้วหรือไม่ จำเลยไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จะยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 249 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลรัษฎากร ม.121

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของหน่วยควบคุมโรคเรื้อนกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประจำจังหวัดขอนแก่น ในตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ จำเลยที่ ๒ เป็นคนค้ำประกันในความเสียหาย ถ้าจำเลยที่ ๑ ขับรถโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้เกิดการเสียหายกับรถยนต์ทางราชการ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ของทางราชการโดยความประมาทเลินเล่อทำให้รถพังเสียหาย คิดค่าเสียหาย ๒๒,๔๐๐ บาท ขอให้ศาลบังคับ ศาลชั้นต้นให้จำเลยทั้ง ๒ ชำระค่าเสียหายตามฟ้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้ง ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลล่างทั้ง ๒ กำหนดค่าเสียหายเป็นเงิน ๒๒,๔๐๐ บาทชอบแล้ว ข้อที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะใบมอบอำนาจไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ และไม่ปรากฏในคำฟ้องว่าผู้ใดเป็นผู้แทนของกรมอนามัยและโจทก์มิได้มีสำเนาติดท้ายฟ้องส่งแก่จำเลย ไม่เป็นฟ้องอันสมบูรณ์นั้น เห็นว่าใบมอบอำนาจฟ้องไม่ต้องปิดอากรแสตมป์เพราะได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๒๑ และตามฟ้องตอนระบุชื่อโจทก์ก็ปรากฏข้อความว่า ข้าพเจ้ากรมอนามัยโดยนายแพทย์กำจร ดวงแก้ว ผู้รับมอบอำนาจเป็นโจทก์และโจทก์ได้เสนอใบมอบอำนาจดังกล่าวมาท้ายฟ้องซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องโจทก์ เห็นว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ ส่วนสำเนาใบมอบอำนาจซึ่งจำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่มีสำเนาติดท้ายฟ้องส่งแก่จำเลย ปรากฏว่า หลังจากจำเลยได้รับสำเนาแล้ว จำเลยคงดำเนินคดีเรื่อยมา โดยไม่ได้ยกความข้อนี้ขึ้นว่ากล่าวแต่อย่างใด เพิ่งยกขึ้นกล่าวอ้างก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดี ๒ วัน เกินกำหนดเวลาที่มาตรา ๒๗ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดไว้ ข้อที่จำเลยคัดค้านว่า โจทก์ไม่มีพยานนำสืบว่าจำเลยได้ขับรถยนต์โจทก์ชนต้นไม้ทำให้โจทก์เสียหายในวันที่โจทก์ฟ้อง คือ วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๐๔ แต่กลับนำสืบว่าจำเลยทำให้รถยนต์ของโจทก์ชนต้นไม้เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๐๔ ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบต่างกับฟ้อง จะฟังข้อเท็จจริงเช่นว่านั้นไม่ได้นั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่ง เมื่อจำเลยให้การรับว่าจำเลยได้ขับรถยนต์คันพิพาทแฉลบลงข้างทางตามฟ้องโจทก์แล้ว ข้อเท็จจริงก็รับฟังเป็นยุติจากคำฟ้องโจทก์คำให้การจำเลยได้แล้วว่า จำเลยได้ขับรถยนต์แฉลบลงข้างทางทำให้โจทก์เสียหาย ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นประเด็นที่ยุติแล้ว แม้โจทก์จะนำสืบว่า จำเลยขับรถยนต์ชนต้นไม้เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๐๔ ต่างกับฟ้องก็ตาม ก็ไม่เป็นเหตุหถึงกับทำให้ศาลยกฟ้องโจทก์ ปัญหาข้อเท็จจริงที่ว่า กรมอนามัยได้ใช้ราคารถยนต์ให้แก่องค์การยูนิเซฟแล้วหรือไม่ ปรากฏว่า จำเลยไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จะยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา ๒๔๙ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1525/2508 กรมอนามัย โดยนายแพทย์กำจร ดวงแก้ว ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายสุข ธุระทำ ที่ 1 นายเคน โสพุดอ่อน ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมอนามัย โดยนายแพทย์กำจร ดวงแก้ว ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายสุข ธุระทำ ที่ 1 นายเคน โสพุดอ่อน ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียง โรจนรัส · สนิท สุมาวงศ์ · บุศย์ ขันธวิทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายสอน ไชยสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายจวน เจียรณัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1572/2511ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 72/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา