คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ตกเป็นของโจทก์แล้วนั้น ไม่ใช่การฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล จึงไม่จำกัดอายุความตามกฎหมายว่าด้วยการฉ้อฉล
ย่อคำพิพากษา
คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการที่จำเลยจัดการโอนที่พิพาทใส่ชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดซึ่งที่ดินนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แล้วนั้น มิใช่เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล ฉะนั้นถึงแม้โจทก์จะฟ้องเกิน 1 ปีนับจากวันที่โจทก์รู้เรื่องการโอนใส่ชื่อจำเลยลงในโฉนด คดีก็หาขาดอายุความไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งที่ดินมีโฉนดให้โจทก์ครึ่งหนึ่งตามส่วนที่โจทก์ครอบครอง และขอให้เพิกถอนนิติกรรมการยกให้ที่โอนใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และขอให้พิพากษาแสดงว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินที่ครอบครองประมาณ ๑๐ ไร่เศษด้วย
จำเลยให้การปฏิเสธและว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นเชื่อว่าบิดาโจทก์จำเลยได้ยกที่พิพาทส่วนหนึ่งให้โจทก์ ถึงแม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ แต่โจทก์ก็ได้ครอบครองมาโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจาของติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา ๑๓๘๒ และใช้ยันจำเลยทางทะเบียนได้ พิพากษาว่า โจทก์เป็นเข้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินด้านทิศตะวันตกตามส่วนทีทโจทก์ได้ครอบครองมาเป็นเนื้อที่ประมาณ ๑๐ ไร่เศษ
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า บิดาโจทก์จำเลยได้ยกนาพิพาทด้านตะวันตกเนื้อที่ประมาณ ๑๐ ไร่เศษให้โจทก์โดยเด็ดขาดแล้ว ถึงแม้จะมิได้ทำนิติกรรมจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่โจทก์ก็ได้ครอบครองนาพิพาทมาในฐานะเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผยเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีเแล้ว โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา ๑๓๘๒ ถึงแม้จำเลยจะได้รับโอนนาพิพาทมาโดยจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ใช้ยันโจทก์ไม่ได้ เพราะได้รับโอนมาโดยไม่เสียค่าตอบแทน
จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ เพราะไม่ได้ฟ้องภายใน ๑ ปีนับจากวันที่โจทก์ทราบเรื่องบิดาโอนให้จำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีนี้มิใช่เรื่องโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล แต่เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการที่จำเลยจัดการโอนใส่ชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดเกี่ยวกับที่ดินซึ่งตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แล้ว ฉะนั้น ถึงแม้โจทก์จะฟ้องเกิน ๑ ปี นับจากวันที่โจทก์รู้เรื่องการโอนใส่ชื่อจำเลยในโฉนด ก็ไม่อยู่ในบังคับอายุความตามมาตรา ๒๔๐ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2508
นางทองปลาย เขม้นเขตวิทย์ โจทก์
นายสังคา วิสิสะการ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทองปลาย เขม้นเขตวิทย์ · จำเลย - นายสังคา วิสิสะการ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · พร สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายวิจิตร หิรัญรัส · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา