⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 410/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขับขี่ที่กำลังจะเลี้ยวเข้าทางแยกซึ่งต้องข้ามทางของรถที่สวนมา และผู้ขับขี่ที่กำลังจะแล่นผ่านทางแยกนั้น ต้องใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควร อาจถือว่ากระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้

ย่อคำพิพากษา

บุคคลในภาวะที่ขับรถมาจะสวนกัน คนหนึ่งจะเลี้ยวเข้าทางแยกทางขวามือตนซึ่งจะต้องข้ามทางของรถที่สวนมา และอีกคนหนึ่งก็จะต้องแล่นผ่านทางแยกนั้น และผ่านรถของคนแรกเช่นนั้น จักต้องมีความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์ ดังนี้การที่จำเลยที่ 2 จะเลี้ยวขวาเข้าทางแยก แต่มิได้ระมัดระวังหยุดรอในทางวิ่งรถตน และกลับเข้าไปหยุดรถอยู่ล้ำเข้าไปในทางของรถจำเลยที่ 1 กีดขวางแก่การจราจรรถจำเลยที่ 1 ๆ จะผ่านทางแยกและผ่านรถจำเลยที่ 2 แต่มิได้ระมัดระวังลดความเร็ว ได้แล่นมาอย่างเร็วมาก จะผ่านทางแยกก็เห็นรถจำเลยที่ 2 ตั้งแต่ยังห่าง 6 - 8 เมตร ก็มิได้หยุด มิได้หักหลบ จนเมื่อห่าง 4 เมตร จึงเบรค ความเร็วมากเกินสมควรที่จะหยุดได้ทัน หรือหลบให้พ้น ทำให้ด้านขวาตอนกลางรถ(กะบะ) จำเลยที่ 1 ไม่พ้น และเฉี่ยวถูกด้านขวารถจำเลยที่ 2 ทำให้ปุ่มเหล็กปิดท้ายกะบะโดนหัวนางสาวปราณีซึ่งนั่งในรถจำเลยที่ 2 ตาย ดังนี้ จำเลยทั้งสองจึงชื่อว่ากระทำการขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้นางสาวปราณีตาย ผิดมาตรา 291

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเวลากลางคืนจำเลยทั้ง ๒ ขับรถโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังทำให้ส่วนท้ายรถด้านขวาทั้ง ๒ คันกระแทกกันและรถจำเลยที่ ๑ กระแทกศีรษะนางสาวปราณีผู้โดยสารมาในรถจำเลยที่ ๒ มีบาดแผลฉกรรจ์ถึงแก่ความตาย และจำเลยที่ ๑ มีห้ามล้อใช้การไม่ได้ ขอให้ลงโทษ จำเลยทั้ง ๒ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้ง ๒ ผิดตามมาตราที่โจทก์ขอ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๑ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกคนละ ๖ ปี ถอนใบอนุญาตขับขี่จำเลยทั้ง ๒ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ ๑ มิได้ประมาท จำเลยที่ ๒ มิได้ถูกฟ้องว่ากระทำผิดกฎกระทรวงข้อ ๑๓(๑) (ข) พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๒ มิได้กระทำผิดกฎกระทรวงข้อ ๑๓(๑) (ข) จำเลยที่ ๑ ผิดฐานเดียวตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ๒๔๗๗ ฉบับที่ ๓ มาตรา ๖๖ กฎกระทรวงข้อ ๑๓ ให้ปรับ ๑๐๐ บาท ถอนใบอนุญาตจำเลยที่ ๒ คนเดียว นอกนั้นยืน โจทก์จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ผู้ตายโดยสารรถยนต์สามล้อ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ขับผ่านวงเวียนใหญ่ไปตามถนนอินทรพิทักษ์เลยสะพานลาดหญ้าจะเข้าตรอกวัดใหญ่ศรีสุพรรณซึ่งอยู่ขวามือ ก็มีรถจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขับสวนมาโดนกันบนถนนตอนที่มีตรอกวัดนั้น ขณะเกิดเหตุไม่มีรถอื่น ถนนไฟสว่าง รถจำเลยทั้งสองเปิดไฟสว่าง ถนนตอนนั้นเป็นทางตรง ย่อมเห็น ย่อมได้ยินกันได้แต่ไกล ไม่มีเส้นแบ่งครึ่งถนนซึ่งบุคคลในภาวะที่ขับรถมาจะสวนกัน คนหนึ่งจะเลี้ยวเข้าทางแยกทางขวามือตน ซึ่งจะต้องข้ามทางของรถที่จะสวนมา และอีกคนหนึ่งก็จะต้องแล่นผ่านทางแยกนั้น และผ่านรถของคนแรกเช่นนั้นจักต้องมีความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์ แต่จำเลยทั้ง ๒ หาได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอไม่ กล่าวคือจำเลยที่ ๒ จะเลี้ยวขวาเข้าทางแยกมิได้ระมัดระวังหยุดรออยู่ในทางวิ่งของตน กลับเข้าไปหยุดรออยู่ล้ำเข้าไปในทางวิ่งรถจำเลยที่ ๑ กีดขวางแก่จราจรรถจำเลยที่ ๑ เกือบ ๑ เมตร จำเลยที่ ๑ จะผ่านทางแยกและผ่านรถจำเลยที่ ๒ มิได้ลดความเร็วลงให้ช้าพอสมควรให้พอหยุดรถได้ทัน หรือพอให้หักหลบซ้ายให้พ้น และแล่นเร็วมาก ครั้นจะผ่านตรอกวัดก็ได้เห็นรถจำเลยที่ ๒ ตั้งแต่ยังห่าง ๓ - ๔ วา หรือ ๖ - ๘ เมตร แต่จำเลยที่ ๑ มิได้หยุดรถมิได้หักรถหลบเพื่อมิให้โดนกัน จนเมื่อมาห่างรถจำเลยที่ ๑ สองวา หรือ ๔ เมตร เห็นรถจำเลยที่ ๒ เปิดไฟเลี้ยว จำเลยที่ ๑ เพิ่งเบรค ความเร็วรถจำเลยที่ ๑ มากเกินสมควรแก่ที่จะหยุดได้ทัน หรือหลบให้พ้นสำหรับระยะเช่นนั้น ทำให้ด้านขวาพ้น แต่ตอนกลางรถ(กะบะ) จำเลยที่ ๑ ไม่พ้นและเฉี่ยวถูกด้านขวารถจำเลยที่ ๒ เสียหาย ทำให้ปุ่มเหล็กปิดท้ายกะบะด้านขวารถจำเลยที่ ๑ โดนหัวนางสาวปราณีแตกตาย จำเลยทั้ง ๒ จึงชื่อว่าขับรถประมาทและเป็นเหตุให้นางสาวปราณีตาย พิพากษาแก้ว่าจำเลยทั้ง ๒ ผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๑ พ.ร.บ.จราจรฯ ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙ ข้อ ๔ มาตรา ๖๖ และจำเลยที่ ๑ ผิดกฎกระทรวงมหาดไทย ออกตาม พ.ร.บ.จราจรฯ ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) ข้อ ๑๓(๑) (ข) ลงโทษตามมาตรา ๒๙๑ ซึ่งมีโทษหนัก จำคุกคนละ ๖ ปี นอกนั้นยืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2508 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายอ๋า โพธิ์ชื่น ที่ ๑ นายจำลอง ทองธัช ที่ ๒ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายอ๋า โพธิ์ชื่น ที่ ๑ นายจำลอง ทองธัช ที่ ๒
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พร สุขารมณ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · กิตติ สีหนนทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสนา เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายอดุล รัตนปิณฑะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543ฎีกา 1189/2537ฎีกา 96/2529ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 15335-15336/2555ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1958/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา