⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 709/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2508

ย่อคำพิพากษา

การที่บุคคลมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดร่วมกันนั้น ถือว่ามีกรรมสิทธิ์รวม ที่ดินมีโฉนด ไม่ว่าผู้โอนให้จำเลยจะได้มาโดยการครอบครองปกปักษ์หรือไม่ เมื่อยังมิได้จดทะเบียนการได้มา จำเลยก็ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ผู้ซื้อที่พิพาทโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินโฉนดที่ ๒๓๖๙ โจทก์กับนางสุดถือกรรมสิทธิ์ฝ่ายละครึ่ง มิได้แยกโฉนด ครอบครองร่วมกันมา จำเลยซื้อส่วนของนางสุดในที่ดินรายนี้แล้วแสดงเจตนาครอบครองที่ดินที่ซื้อทางแถบติดคลอง เป็นนอกเหนือสัญญาซื้อขาย โจทก์ขอให้แบ่งแยกฝ่ายละครึ่งและติดคลองเท่า ๆ กัน จำเลยไม่ยอม จึงขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกโฉนดและที่ดินให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง ให้มีด้านติดคลองเท่ากับส่วนของจำเลย จำเลยให้การว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของนางจำเริญที่ขายให้โจทก์ ซึ่งนางจำเริญครอบครองส่วนที่หมายเลข ๕ นางสุดครอบครองส่วนที่หมายเลข ๑, ๒, ๓, ๔ มาโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว ศาลชั้นต้นฟังว่า ที่ดินโฉนดที่ ๒๓๖๙ หมาย ๑ (แผนที่พิพาทที่เจ้าพนักงานที่ดินทำขึ้น) นางสุดครอบครองเป็นส่วนสัดมากกว่า ๑๐ ปี จำเลยได้กรรมสิทธิ์เฉพาะในส่วนนี้ โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ หมาย ๒ และ ๓ พิพากษาให้โจทก์ได้ที่ หมาย ๒ และ ๓ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นางสุดกับนายเปลี่ยนครอบครองที่ดินโฉนดที่ ๒๓๖๙ ร่วมกันส่วนได้ของนายเปลี่ยนตกได้แก่นางจำเริญและโจทก์ นางสุดก็ได้ครอบครองร่วมกันนางจำเริญและโจทก์จนนางสุดขายให้จำเลย พิพากษาแก้ให้แบ่งที่ดินโฉนดที่ ๒๓๖๙ ให้โจทก์ครึ่งหนึ่งโดยให้ส่วนของโจทก์จำเลยมีด้านยาวติดคลองเท่ากัน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่นายเปลี่ยนกับนางสุดรับมรดกลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่พิพาทก็์ดี เมื่อนางจำเริญรับมรดกนายเปลี่ยนบิดาลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่พิพาทร่วมกับนางสุดก็ดี เมื่อโจทก์ซื้อส่วนของนางจำเริญลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่พิพาทร่วมกับนางสุดก็ดี เมื่อจำเลยซื้อส่วนของนางสุดลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่พิพาทร่วมกับโจทก์ก็ดี การที่มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่พิพาทร่วมกันเช่นนี้ ชื่อว่ามีกรรมสิทธิ์รวม กฎหมายสันนิษฐานว่าผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากัน มีสิทธิจัดการทรัพย์สินรวมกัน เจ้าของมรดกคนหนึ่ง ๆ จะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดในทางจัดการตามธรรมดาได้ อาจทำการเพื่อรักษาทรัพย์สินได้ มีสิทธิใช้สอยทรัพย์สินนั้นได้โดยไม่ขัดต่อสิทธิของเจ้าของรวมคนอื่น ทางการนำสืบของจำเลยไม่ปรากฏว่า โจทก์ซื้อส่วนของนางจำเริญไว้โดยรู้ว่าที่พิพาทส่วนที่ หมาย ๑ และ ๓ เป็นของนางสุดแต่อย่างใด ดังนั้น ไม่ว่าที่พิพาทส่วนที่ หมาย ๑ และ ๓ นางสุดจะได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ เมื่อยังมิได้มีการจดทะเบียนการได้มาเช่นนั้น จำเลยก็ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ผู้ซื้อที่พิพาทส่วนของนางจำเริญมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2508 นายทรัพย์ โภชน์พันธุ์ ที่ ๑ นางวัน โภชน์พันธุ์ ที่ ๒ โจทก์ นายทองคำ โพธิ์มา ที่ ๑ นางละออ โพธิ์มา ที่ ๒ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทรัพย์ โภชน์พันธุ์ ที่ ๑ นางวัน โภชน์พันธุ์ ที่ ๒ · จำเลย - นายทองคำ โพธิ์มา ที่ ๑ นางละออ โพธิ์มา ที่ ๒
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พร สุขารมณ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · กิตติ สีหนนทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายศิริ จีระมะกร · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2389/2540ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 1342/2509ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 9577/2552ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 185/2566ฎีกา 3081/2527ฎีกา 643/2497ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา