คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2747/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย หาทำให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นทันที โจทก์จะได้กรรมสิทธิ์ต่อเมื่อมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แล้วเท่านั้น หากจำเลยไม่สามารถจดทะเบียนโอนให้ได้ โจทก์เป็นเพียงเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และกรรมสิทธิ์ยังเป็นของจำเลยอยู่
ย่อคำพิพากษา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่บังคับให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทตามสัญญาจะซื้อขายให้แก่โจทก์ หาทำให้โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทไม่ โจทก์จะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทต่อเมื่อจำเลยที่ 3 และที่ 4จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ เมื่อจำเลยที่ 3 และที่ 4ไม่สามารถจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ได้ โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 3 และที่ 4 เท่านั้น กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทยังเป็นของจำเลยที่ 3 และที่ 4 อยู่ ซึ่งตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530 มาตรา 18 (1) บัญญัติว่า เงินค่าทดแทนนั้นให้กำหนดแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งที่ดินที่ต้องเวนคืน โจทก์จึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับเงินค่าทดแทนตามบทบัญญัติดังกล่าว จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่มีหน้าที่จ่ายค่าทดแทนให้แก่โจทก์ซึ่งไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทที่ถูกเวนคืนตามกฎหมายโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าทดแทนเพื่มจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 อีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พันเอก (พิเศษ) เสามนัส โปตระนันท์ · จำเลย - กรมทางหลวง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทธิ นิชโรจน์ · เสมอ อินทรศักดิ์ · ปราโมทย์ บุนนาค |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสิทธิชัย รุ่งตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญเจือ รัตนสมบัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา