⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1542/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1542/2509

ป.อาญา ม.68, 69, 288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็นในการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันนั้น ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกเจ้าทรัพย์ติดตามเรือที่ถูกขโมยไป ไปพบผู้ตายกับพวกอยู่ใกล้ ๆ กับเรือที่ถูกลักนั้น ผู้ตายใช้ปืนลูกกรดยิงจำเลยแต่ไม่ถูก จำเลยยิงผู้ตายข้างหลัง 1 นัด การที่จำเลยยิงผู้ตายเมื่อผู้ตายหนีจากเรือไป 12 วา ปืนที่ผู้ตายใช้ยิงเป็นปืนลูกกรด เป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 69

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้ปืนยิงนายเต็ก ปิ่นทอง ซึ่งกำลังเตรียมจะลากเรือที่ลักมาและลุกขึ้นวิ่งหนี นายเต็กตายเพราะบาดแผลตามที่จำเลยเจตนา จำเลยต่อสู้ว่าป้องกันตัว ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าผู้ตายยิงจำเลยก่อน จำเลยยิงผู้ตายขณะวิ่งหนี ไม่เป็นการป้องกันแต่อย่างใด เป็นการกระทำเกินขอบเขตการติดตามทรัพย์จากผู้ร้าย พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๘ ปี ลดโทษ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๑๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์นำสืบว่านายแปลกกับนายเต็กผู้ตายรับซื้อเรือป๊าบ ๑ ลำจากชาย ๒ คน ในราคา ๑๕๐ บาท เรือซ่อนไว้ในป่าข้างทาง นายแปลกกับนายเต็กไปที่บ้านของนายเวียง ขอให้พากระบือไปลากเรือลงแม่น้ำ นายเวียงพากระบือไปตัวหนึ่ง นายแปลกและนายเต็กพาไปที่เรือ เมื่อไปถึงนายแปลกก็พบจำเลยกับพวกอีก ๒ คนยืนอยู่ในป่าหญ้าคา ห่างหัวเรือประมาณ ๕ วา จำเลยถือปืนลูกซองยาว จำเลยพูดว่า พวกมึงลักเรือกูมาหรืออย่างไร นายเต็กตอบว่าผมรับซื้อเขา ๑๕๐ บาท แล้วนายเต็กวิ่งหนี จำเลยยิงตามไป ๑ นัด ส่วนนายแปลกกับนายเวียงนั้นยอมให้จำเลยกับพวกจับกุมแต่โดยดี ข้อเท็จจริงได้ความดังกล่าวข้างต้นว่า นายเต็กผู้ตายวิ่งหนีไปจากเรือที่ถูกลัก จำเลยติดตามมาพบและยิงนายเต็กข้างหลังล้มตายอยู่กับที่ ห่างเรือ ๑๒ วา นายเต็กผู้ตายมีปืนลูกกรด ๑ กระบอกอยู่ในมือขวา โดยศพนายเต็กนอนคว่ำทับอยู่ ปัญหาที่ว่านายเต็กยิงมาทางจำเลยหรือไม่นั้น นายแปลกพยานโจทก์เบิกความว่า นายเต็กยิงไปทางจำเลย ร้อยตำรวจโทสนั่น ชนพิทักษ์ ผู้สอบสวนเบิกความว่า ได้ความจากนายแปลกว่าจำเลยกับนายเต็กยิงต่อสู้กัน ต่อเมื่อสอบสวนนายแปลกจึงให้การว่าจำเลยยิงนายเต็กฝ่ายเดียวเมื่อพิจารณาประกอบกับของกลางคือปืนและปลอกกระสุนที่ยิงแล้วอยู่ในกระบอกปืน เป็นอันฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบว่านายเต็กได้ยิงจริง แต่อย่างไรก็ดี ที่จำเลยเบิกความว่าเมื่อได้ยินเสียงปืน จำเลยจึงได้ยิงสวนไป ๑ นัด ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ยิงสวนไปทันที เพราะบาดแผลที่ศพเป็นบาดแผลถูกยิงใต้สะบักซ้ายด้านหลัง เป็นแผลถูกยิงเมื่อหันหลังหนีแล้ว ไม่ใช่ยิงสวนไปทันควัน การที่จำเลยยิงนายเต็กเมื่อนายเต็กหนีไปจากเรือไป ๑๒ วา ปืนที่นายเต็กยิงเป็นปืนลูกกรด เป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๙ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘,๖๙ ให้จำคุก ๓ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1542/2509 อัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นายใส แก้วบัวดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดกำแพงเพชร · จำเลย - นายใส แก้วบัวดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส · ไฉน บุญยก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายถวิล เกษรราช · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 16867/2557ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 960/2559ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 4903/2562ฎีกา 2632/2529ฎีกา 8534/2544ฎีกา 4344/2561ฎีกา 4952/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา