⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1632/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1632/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ใช้มีดแทงผู้ตายขณะที่ผู้ตายกำลังไล่ทำร้ายจำเลยด้วยมีด ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย หากการกระทำนั้นพอสมควรแก่เหตุ

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่คำพยานโจทก์เท่าที่จะใช้ยันจำเลยได้ มีแต่คำของพนักงานสอบสวนปากเดียวว่า ชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่าผู้ตายไล่แทงจำเลยก่อน จำเลยจึงใช้มีดแทงเอาบ้าง กับภาพถ่ายและบันทึกประกอบภาพถ่ายแสดงถึงตอนจำเลยขณะกำลังวิ่งหนีผู้ตายแล้วก้มลงหยิบมีดพกปลายแหลมที่วางอยู่กับพื้นระเบียงแว้งแทงผู้ตายขณะกำลังวิ่งเข้าไปไกล้ตัว ดังนี้ เป็นลักษณะของการป้องกันตัว ผู้ตายเข้าทำร้ายจำเลยก่อนและจำเลยแทงผู้ตายด้วยมีด ในขณะที่ผู้ตายไล่แทงจำเลยด้วยมีดห่างจากจำเลยเพียง 3 ศอกเศษ และเพียงแต่แทงไปทีเดียวเท่านั้น รูปคดีเช่นนี้ฟังได้ว่าจำเลยแทงผู้ตายเพื่อป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้มีดแทงนายแลโดยเจตนาจะฆ่า นายแลได้ถึงแก่ความตาย ชั้นแรกจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพว่าแทงนายแลโดยเจตนาฆ่าจริง ไม่ขอต่อสู้คดี รายละเอียดที่แทงจะเบิกความต่อศาลภายหลัง ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ ใช้มีดแทงโดยเจตนาฆ่านายแลโดยมิใช่เหตุป้องกันตัว พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดให้จำคุก ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑ ผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอฟังหรือเรียกไม่ได้ว่าเป็นที่พอใจว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๗๖ การที่จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพไม่ตัดสิทธิจำเลยที่ ๑ ที่จะนำสืบตามคำรับหรือปฏิเสธความผิดของจำเลยได้ ข้อนำสืบของจำเลยที่ ๑ ก็มีเหตุผลควรรับฟังได้ว่า ที่จำเลยที่ ๑ แทงผู้ตายนั้นเป็นเพราะผู้ตายเข้าทำร้ายจำเลยที่ ๑ ก่อน จำเลยที่ ๑ จึงมีสิทธิป้องกันตัวได้ จำเลยที่ ๑ แทงผู้ตายด้วยมีดในขณะที่ผู้ตายไล่แทงจำเลยที่ ๑ ด้วยมีดห่างจากจำเลยที่ ๑ เพียง ๓ ศอกเศษ และเพียงแต่แทงไปทีเดียวเท่านั้น เป็นการใช้สิทธิป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ไม่เป็นความผิด พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ในคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ยังจะขอนำสืบพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป คำพยานโจทก์เท่าที่จะใช้ยันจำเลยที่ ๑ ได้ก็มีแต่คำของร้อยตำรวจตรีสงวนปากเดียวว่า ชั้นสอบสวนจำเลยที่ ๑ ให้การว่าผู้ตายไล่แทงจำเลยที่ ๑ ก่อน จำเลยที่ ๑ จึงใช้มีดแทงเอาบ้างกับภาพถ่ายและบันทึกประกอบภาพถ่ายโดยเฉพาะข้อ ๓ ของบันทึกก็ว่าภาพถ่ายที่ ๓ แสดงถึงตอนที่นายทิมผู้ต้องหาขณะกำลังวิ่งหนีผู้ตายแล้วก้มลงหยิบมีดพกปลายแหลมที่วางอยู่กับพื้นระเบียง ฯลฯ แว้งแทงผู้ตายขณะที่กำลังวิ่งเข้าไปใกล้ตัว อันเป็นลักษณะของการป้องกันตัว ในฟ้องโจทก์ก็กล่าวว่าชั้นสอบสวนจำเลยที่ ๑ ให้การภาคเสธ จำเลยที่ ๑ ก็นำสืบว่าได้แทงผู้ตายเพื่อป้องกันตัว รูปคดีจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ แทงผู้ตายเพื่อป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ดังเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1632/2509 อัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายทิม ศรีดี ที่ 1 นายป้อม อุปการะ ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · 1 - นายทิม ศรีดี ที่ · ล. - นายป้อม อุปการะ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · มณี ชุติวงศ์ · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายพจน์ บุญเลี้ยง · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา