คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1665/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อถูกผู้เสียหายทำร้ายก่อน และการป้องกันนั้นไม่เกินกว่ากรณีแห่งจำเป็น
ย่อคำพิพากษา
ผู้เสียหายมีรูปร่างใหญ่กว่าจำเลย เป็นฝ่ายรุกรานเข้ามาทำร้ายจำเลยก่อน จำเลยแย่งมีดจากผู้เสียหายก็แย่งไม่ได้ จึงคว้ามีดที่โต๊ะทำอิฐแทงผู้เสียหายไปหลายทีเพื่อป้องกันตัวให้พ้นอันตราย และการกระทำของจำเลยก็เกิดขึ้นโดยกะทันหันติดพันกันในขณะนั้นเอง จำเลยย่อมไม่มีโอกาสที่จะคิดเป็นอย่างอื่นนอกจากจะคิดป้องกันตัวให้พ้นอันตรายที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ทั้งขณะที่จำเลยแทงผู้เสียหาย ภัยที่จำเลยอาจจะได้รับจากผู้เสียหายก็ยังไม่หมดไป ในขณะนั้นจำเลยก็ไม่รู้ว่าบาดแผลของผู้เสียหายนั้นจะถึงบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถจะทำร้ายจำเลยได้อีกหรือไม่ การกระทำของจำเลยไม่เกินสมควรแก่เหตุ
การที่ผู้เสียหายเข้ามาจะทำร้ายจำเลยโดยละเมิดต่อกฎหมาย จำเลยย่อมมีอำนาจที่จะทำการป้องกันตัวได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องวิ่งหนี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงนายเอื้อนด้วยเจตนาฆ่า นายเอื้อนไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ๘๐
จำเลยให้การว่า ได้กระทำไปเพื่อป้องกันตัว
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยได้กระทำ เพื่อป้องกันตัวแต่เกินสมควรแก่เหตุ พิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘,๘๐ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ จำคุก ๓ ปี ลด ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยกระทำเพื่อป้องกันพอสมควรแก่เหตุ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ทางพิจารณา ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า ผู้เสียหายเป็นฝ่ายก่อเหตุระรานด่าจำเลยก่อนว่า "เย็ดแม่ แทงกันดีกว่า" แล้วเงื้อมีดพับยาวราว ๑ คืบ ตรงเข้าไปหาจำเลย จำเลยถอยหนี ผู้เสียหายยังตามไปแทงจำเลย จำเลยเอามือซ้ายรับ พยายามแย่งมีดแต่ไม่ได้ เลยคว้ามีดปาดดินที่วางอยู่บนโต๊ะทำอิฐ แทงผู้เสียหายไปหลายทีเพราะกำลังตกใจกลัวว่าผู้เสียหายจะแทงเอาอีก ผู้เสียหายตัวโตกว่าจำเลย พอผู้เสียหายสบัดหลุดก็แทงจำเลย แต่ไม่ถูก
ศาลฎีกาเห็นว่าผู้เสียหายมีรูปร่างใหญ่กว่าจำเลย เป็นฝ่ายรุกรานเข้ามาทำร้ายจำเลยก่อน จำเลยแย่งมีดจากผู้เสียหายก็แย่งไม่ได้ จึงได้คว้ามีดแทงผู้เสียหายหลายทีเพื่อป้องกันตัวให้พ้นอันตราย และการกระทำของจำเลยที่เกิดขึ้นก็โดยกระทันหันติดพันกันในขณะนั้นเอง จำเลยย่อมไม่มีโอกาสที่จะคิดเป็นอย่างอื่นนอกจากจะคิดป้องกันตัวให้พ้นอันตรายที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ทั้งขณะที่จำเลยแทงทำร้ายผู้เสียหายนั้น ภัยที่จำเลยอาจจะได้รับจากผู้เสียหายก็ยังไม่หมดไป การกระทำของจำเลยไม่เกินสมควรแก่เหตุ และการที่ผู้เสียหายเข้ามาจะทำร้ายจำเลยโดยละเมิดต่อกฎหมาย จำเลยย่อมมีอำนาจที่จะกระทำการป้องกันตัวได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องวิ่งหนี และในขณะนั้นจำเลยก็ไม่รู้ว่าบาดแผลของผู้เสียหายนั้นจะถึงบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถจะทำร้ายจำเลยได้อีกหรือไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1665/2509
อัยการจังหวัดสงขลา โจทก์
นายลั่น เรืองสวัสดิ์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดสงขลา · ล. - นายลั่น เรืองสวัสดิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศริ มลิลา · ยง เหลืองรังษี · สุทิน เกษคุปต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายบัญญัติ สุชีวะ · ศาลอุทธรณ์ - นายรัตน์ ศรีไกรวิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา