คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1690/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงบุคคลจำนวน 11 คน ไม่เพียงพอที่จะถือว่าเป็นการหลอกลวงประชาชนอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343.
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องของโจทก์บรรยายแต่เพียงว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหาย 4 คน กับหลอกลวงคนอื่นอีก 7 คน ผู้ถูกหลอกลวงส่งเงินให้แก่จำเลย มิได้กล่าวให้เห็นว่าการหลอกลวงของจำเลยเป็นการหลอกลวงประชาชน เพียงแต่กล่าวว่าหลอกลวงบุคคล 11 คน เท่านั้น การหลอกลวงบุคคล 11 คน ไม่พอจะถือว่าเป็นการหลอกลวงประชาชนอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343
เมื่อคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 343 แล้ว ก็ไม่มีทางลงโทษจำเลยตามมาตรา 343 ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจเอาความเห็นมาหลอกลวงนายจรูญ นายเล่ง นายผล นายโหนก และราษฎรผู้มีชื่ออีก ๗ คน ว่าจำเลยเป็นนายตรวจรถยนต์ของบริษัทยานยนต์นครสวรรค์ ทางบริษัทใช้ให้จำเลยมาหารับสมัครคนเข้าทำงานเป็นนายตรวจ ผู้ใดจะสมัครต้องเสียเงินคนละ ๒๐ บาทและค่าเลี้ยงดูเจ้านายอีก ๕๐๐ บาท ให้จำเลย จำเลยจะนำเงินของผู้สมัครนี้ไปมอบให้บริษัทยานยนต์นครสวรรค์ ผู้ใดชำระแล้วก็จะได้เข้าทำงานบริษัทในตำแหน่งนายตรวจ ความจริงจำเลยมิได้เป็นนายตรวจ มิได้มีตำแหน่งหน้าที่ใด ๆ ในบริษัท จำเลยแกล้งปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งนั้นเสีย เพราะการหลอกลวงเป็นเหตุให้บุคคลดังกล่าวหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงสมัครงานกับจำเลย ต่อมาบุคคลดังกล่าวนำเงินคนละ ๕๒๐ บาทมามอบให้จำเลย จำเลยนำไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑,๓๔๓ และให้จำเลยคืนเงิน ๒,๒๘๐ บาท
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑,๓๔๓ จำคุกจำเลย ๒ ปี ฯลฯ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๓๔๓ คำรับชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามมาตรา ๓๔๓ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่ จำคุกจำเลย ๑ ปี ๖ เดือน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องของโจทก์เป็นการบรรยายว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายในคดีนี้ ๔ คน กับหลอกลวงคนอื่นอีก ๗ คน ผู้ถูกหลอกลวงส่งเงินให้แก่จำเลยไปมิได้กล่าวให้เห็นว่าการหลอกลวงของจำเลยเป็นการหลอกลวงประชาชน เพียงแต่กล่าวว่าหลอกลวงบุคคล ๑๑ คนเท่านั้น เพียงแต่ปรากฏว่าหลอกลวงบุคคล ๑๑ คน ไม่พอถือว่าเป็นการหลอกลวงประชาชนอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓ เมื่อคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๓๔๓ แล้ว ก็ไม่มีทางลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๔๓ ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1690/2509
อัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์
นายสมจิตต์ โกสุมา ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดชัยนาท · ล. - นายสมจิตต์ โกสุมา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี · วิเชียร เศวตรุนทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยนาท - นายอัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญญัติ สุขารมณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา