คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้คำว่า "ขอทำพินัยกรรม" โดยสามัญสำนึกย่อมหมายถึงการยกทรัพย์ให้เมื่อผู้ทำพินัยกรรมตายแล้ว และเอกสารที่ไม่มีข้อความอื่นใดบ่งชี้เจตนาให้ทรัพย์สินตั้งแต่ขณะทำเอกสาร ถือเป็นพินัยกรรมตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การที่เจ้ามรดกใช้คำว่า "ขอทำพินัยกรรม" ตามความเข้าใจของสามัญชนทั่วไป ย่อมเข้าใจว่าเจตนาจะยกทรัพย์สมบัติให้เมื่อเจ้ามรดกตายแล้ว การยกทรัพย์ให้เมื่อยังมีชีวิตอยู่ สามัญชนทั่วไปย่อมไม่ใช้คำว่า พินัยกรรม ทั้งเอกสารก็ไม่มีข้อความที่มุ่งแสดงไปในทางอื่น เช่น ตั้งใจยกทรัพย์ให้ตั้งแต่เจ้ามรดกมีชีวิตอยู่ ข้อความในเอกสารจึงแสดงเจตนาของเจ้ามรดกไปในทางเดียวว่า ให้ยกทรัพย์ให้แก่ผู้มีชื่อตามเอกสารเมื่อเจ้ามรดกตายแล้ว เอกสารดังกล่าวจึงเข้าลักษณะพินัยกรรมตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกของนายพูล วรอินทร์ ผู้วายชนม์ ตามสำเนาพินัยกรรมท้ายฟ้อง จำเลยที่ ๑ เป็นภริยานายพูล ย่อมได้รับส่วนแบ่งสินสมรส ๑ ใน ๓ เหลือสินสมรสของนายพูลเป็นมรดกได้แก่โจทก์ ๒ ใน ๓ ส่วน จำเลยที่ ๒ ไม่มีสิทธิได้รับมรดกเลย แต่ได้ฟ้องจำเลยที่ ๑ และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยที่ ๑ ยอมให้จำเลยที่ ๒ มีส่วนได้รับมรดกด้วยบางส่วน โจทก์บอกให้จำเลยทั้งสองส่งมอบทรัพย์ส่วนได้ของโจทก์ตามพินัยกรรม จำเลยไม่ยอม ขอให้ศาลพิพากษาให้ขายทอดตลาดสินสมรสตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้อง ได้เงินแบ่งให้จำเลย ๑ ส่วน อีก ๒ ส่วน ให้ได้แก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยที่ ๒ ยื่นคำให้การสู้คดีหลายประการ
ถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่าย เห็นว่าเอกสารหมาย จ.๑ ไม่มีข้อความเป็นการแสดงเจตนากำหนดเผื่อตายของนายพูล ไม่มีลักษณะเป็นพินัยกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔๖ และ ๑๖๔๗ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เอกสารตามหมาย จ. ๑ แสดงชัดว่าเจ้ามรดกเจตนายกทรัพย์ให้โจทก์เมื่อเจ้ามรดกตาย จึงเป็นพินัยกรรมตามมาตรา ๑๖๔๖,๑๖๔๗ ซึ่งเจ้ามรดกทำขึ้นเองทั้งฉบับตามมาตรา ๑๖๕๗ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาประเด็นข้ออื่น แล้วพิพากษาใหม่
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
คดีได้ความว่า พินัยกรรมมีข้อความว่า
"เขียนที่กรุงเทพฯ
๓๐ กันยายน ๒๕๐๕
ขอทำพินัยกรรมทรัพย์สินของนายพูล วรอินทร์ ให้แก่นายต่าย นายไก่ ณะ บางช้าง ครึ่งหนึ่งส่วนของนายพูล วรอินทร์
พูล วรอินทร์
๓๐ กันยายน ๒๕๐๕"
ศาลฎีกาเห็นว่า โดยรูปแห่งเอกสารนี้ แสดงให้เห็นเจตนาของนายพูลว่าตั้งใจทำพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติส่วนของนายพูลครึ่งหนึ่งให้แก่นายต่ายนายไก่ ณ บางช้าง การที่นายพูลใช้คำว่า"ขอทำพินัยกรรม" ตามความเข้าใจของสามัญชนทั่วไปย่อมเข้าใจว่า เจตนาจะยกทรัพย์สมบัติให้เมื่อนายพูลตายแล้ว การยกทรัพย์ให้เมื่อมีชีวิตอยู่ สามัญชนทั่วไปย่อมไม่ใช้คำว่า พินัยกรรม ทั้งเอกสารหมาย จ.๑ นี้ไม่มีข้อความที่มุ่งแสดงไปในทางอื่น เช่น ตั้งใจยกทรัพย์ให้ตั้งแต่นายพูลยังมีชีวิตอยู่ ข้อความในเอกสารหมาย จ. ๑ นี้ แสดงเจตนาของนายพูลไปในทางเดียวว่า ให้ยกทรัพย์สมบัติให้แก่นายต่ายนายไก่เมื่อตายแล้ว อันเป็นการกำหนดการเผื่อตายเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนไว้ เอกสารหมาย จ.๑ จึงเข้าลักษณะพินัยกรรมตามกฎหมาย
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2509
เด็กชายรังสิต (ต่าย) ณ บางช้าง ที่ 1, เด็กชายวิษณุ (ไก่) ณ บางช้าง ที่ 2 โดยสิบ
เอกจำนง ณ บางช้าง ผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์
นางสอย วรอินทร์ ที่ 1, นางประพิศ ชวณิชย์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โดยสิบ - เด็กชายรังสิต (ต่าย) ณ บางช้าง ที่ 1, เด็กชายวิษณุ (ไก่) ณ บางช้าง ที่ 2 · โจทก์ - เอกจำนง ณ บางช้าง ผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นางสอย วรอินทร์ ที่ 1, นางประพิศ ชวณิชย์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายมาโนช จรมาศ · ศาลอุทธรณ์ - นายเช้า เฉลิมช่วง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา