⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 600/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อจำเลยถูกรุมทำร้ายในเวลากลางคืนด้วยอาวุธและไม่สามารถทราบถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ การใช้ปืนยิงเพื่อป้องกันตัวจึงถือว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยถูกรุมทำร้ายด้วยอาวุธในเวลากลางคืน จำเลยเข้าใจว่าทั้งถูกตีและถูกฟันไม่อาจรู้ได้ว่าจะเป็นอันตรายสักเพียงไหน จำเลยจึงใช้ปืนยิงไปยังกลุ่มคนที่ทำร้าย กระสุนถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย ซึ่งจำเลยเองก็ไม่รู้ว่ากระสุนปืนถูกผู้ใด ดังนี้ถือได้ว่าจำเลยกระทำการป้องกันตัวในการที่คนกลุ่มนั้นทำร้าย และไม่มีอาวุธอื่นใช้ต่อสู้ได้ การป้องกันของจำเลยที่ใช้ปืนยิง เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่มีความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายร่างกายนายม้วน บุญแตง จนถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ และนับโทษต่อจากคดีดำที่ ๓๓๕/๒๕๐๘ จำเลยให้การว่า จำเลยได้ยิงผู้ตายจริง แต่ยิงเพื่อป้องกันตัว โดยผู้ตายใช้มีดฟันจำเลยหลายแผล และรับว่าเป็นจำเลยในคดีอาญาดำที่ ๓๓๕/๒๕๐๘ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟังว่า จำเลยได้กระทำผิดจริงตามที่โจทก์ฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้จำคุกจำเลย ๑๕ ปี จำเลยให้การรับชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ จงจำคุกจำเลยมีกำหนด ๑๐ ปี และให้นับโทษต่อจากคดีแดงที่ ๓๒๘/๒๕๐๘ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่จำเลยนำสืบว่าที่ยิงผู้ตายเพราะผู้ตายจะทำร้ายจำเลย เป็นการขัดกับคำให้การชั้นสอบสวน เพราะไม่ได้อ้างว่าเนื่องจากเล่นการพนันกัน เมื่อเกิดเหตุแล้วจำเลยก็หนีไป แสดงว่าจำเลยรู้ตัวอยู่แล้วว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิด พยานจำเลยที่นำสืบฟังไม่ได้ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงเมื่อสรุปแล้วฟังได้ว่า จำเลยกับคนอื่นและผู้ตายได้เล่นการพนันเบี้ยโบกที่บ้านผู้ตาย จำเลยเป็นฝ่ายเล่นได้จะเลิก ผู้ร่วมวงขอแก้ตัวก็ไม่ยอม ความโกรธเคืองจึงเกิดขึ้นแต่ไม่ใช่ฝ่ายจำเลยโกรธ ไม่มีเหตุผลที่จำเลยจะเอาปืนเที่ยวยิงใคร ๆ ก่อน แต่มีเหตุผลที่ฟังได้แน่ว่าจำเลยถูกรุมตีแล้วปืนจึงดังขึ้น ๑ นัด อาวุธปืนของจำเลยตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ที่ข้อมือของจำเลยถูกตีบวมและถลอก แสดงว่าจำเลยถูกตีมือที่ถือปืน ปืนจึงตก คงเหลือข้อวินิจฉัยแต่เพียงว่า ปืนลั่นเองเพราะถูกตีมือหรือจำเลยยิง ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยถูกรุมทำร้ายด้วยอาวุธในเวลากลางคืน จำเลยเข้าใจว่าทั้งถูกตีและถูกฟัน ไม่อาจรู้ได้ว่าจะเป็นอันตรายสักเพียงไหน แม้จำเลยยิงก่อนแล้วจึงถูกตีมือ ปืนตก ก็เป็นการป้องกันตัวในการที่ถูกรุมทำร้าย การที่ผู้ตายเจ้าของบ้านถูกกระสุนปืนถึงแก่ความตาย จำเลยก็ไม่รู้ว่ากระสุนปืนไปถูกผู้ใด ตามเหตุผลจำเลยใช้ปืนต่อสู้ก็ต้องยิงไปทางกลุ่มคนที่ทำร้าย หากปืนถูกผู้ตายโดยจำเลยยิง ผู้ตายก็ต้องอยู่ในกลุ่มที่ทำร้ายจำเลย จำเลยกระทำการป้องกันตัวในการที่คนกลุ่มนั้นทำร้าย และไม่มีอาวุธอื่นที่จะใช้ต่อสู้ได้ การป้องกันของจำเลยที่ใช้ปืนยิง เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุแล้ว จำเลยจึงไม่มีความผิด พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2509 อัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายย้อย จานทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายย้อย จานทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ · เกษม ทิพยจันทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายสอาด วรรธนวินิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายเกียรติ ผลสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา