คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 772/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ครอบครองเช็คที่ออกให้แก่ผู้ถือ ย่อมถือว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย และผู้สั่งจ่ายเช็คมีหน้าที่รับผิดต่อผู้ทรงเช็คนั้นเมื่อเช็คไม่สามารถขึ้นเงินได้.
ย่อคำพิพากษา
เช็คที่ออกให้แก่ผู้ถือนั้น ผู้ใดครอบครองเช็คนั้นเบื้องต้นก็ต้องถือว่าเป็นผู้ทรงเช็คนั้นโดยชอบ จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายฟ้องว่าโจทก์ได้เช็คจากใคร ในฐานะอย่างไร เมื่อใด แต่อย่างไร และฟ้องไม่เคลือบคลุม
โจทก์เป็นผู้ครอบครองเช็คพิพาทจึงถือว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อโจทก์นำเช็คไปขึ้นเงินยังธนาคารไม่ได้ จำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่าย ก็ต้องมีหน้าที่รับผิดต่อโจทก์.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คหมายเลข บี.๑. ๙๗๘๘๖๖ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๐๓ ของธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด จำนวนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทโดยสุจริต จำเลยเป็นผู้สั่งจ่าย โจทก์นำเช็คไปเบิกเงินจากธนาคาร ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยแจ้งว่า ผู้สั่งจ่ายได้อายัดเช็คไว้ ขอให้จำเลยใช้เงิน ๔๐,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอม
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง พร้อมด้วยดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา
คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คหมายเลข บี ๑. ๙๗๘๘๖๖ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๐๓ ของธนาคารกรุงเทพ ฯ จำกัด จำนวนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทโดยสุจริต โดยจำเลยเป็นผู้สั่งจ่าย ครั้นเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๐๓ โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปเบิกเงินต่อธนาคารกรุงเทพ ฯ จำกัด ทางธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยแจ้งว่าผู้สั่งจ่ายได้อายัดเช็คไว้ โจทก์จึงรับเงินไม่ได้ ต่อมาโจทก์ก็บอกกล่าวไปยังจำเลยให้นำเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทในฐานะผู้สั่งจ่ายมาชำระโจทก์ จำเลยได้รับคำบอกกล่าวก็เพิกเฉย โจทก์ก็มาฟ้องจำเลยให้ชำระเงินให้โจทก์ตามเช็ค พร้อมด้วยดอกเบี้ย ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาไว้ ทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาของโจทก์ได้ดี เพราะเช็คที่ออกให้แก่ผู้ถือนั้น ผู้ใดเป็นผู้ครอบครองเช็คนั้น เบื้องต้นก็ต้องถือว่าเป็นผู้ทรงเช็คนั้นโดยชอบ ไม่จำเป็นต้องบรรยายฟ้องว่าโจทก์ได้เช็คจากใคร ในฐานะอย่างไร เมื่อใด แต่อย่างไร ฟ้องก็ระบุโดยชัดแจ้งแล้วว่าให้จำเลยรับผิดใช้เงินตามเช็คในฐานะผู้สั่งจ่าย ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม
ส่วนข้อเท็จจริงศาลฎีกาฟังว่าลายเซ็นผู้สั่งจ่ายในเช็ครายพิพาทหมาย จ.๒ เป็นลายมือชื่อของจำเลย และเห็นว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองเช็คพิพาท จึงถือว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อโจทก์นำเช็คไปขึ้นเงินจากธนาคารไม่ได้ จำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายก็ต้องมีหน้าที่รับผิดต่อโจทก์
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 772/2509
นายประสิทธิ์ ชูพินิจ โจทก์
นายสง่า วัชราภรณ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประสิทธิ์ ชูพินิจ · จำเลย - นายสง่า วัชราภรณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เกษม ทิพยจันทร์ · พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสวัสดิ์ ภู่งาม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม วรรณแสง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา