⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 985/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ส่งสำนวนให้ศาลพิจารณาในกรณีผู้ขอรับชำระหนี้ ไม่มีผลบังคับอย่างใด และศาลอาจวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นได้ ผู้ขอรับชำระหนี้จะยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งกลับคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หาได้ไม่ แต่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นส่งสำนวนต่อศาลในกรณีที่มีผู้ขอรับชำระหนี้ แม้จะเห็นควรให้ยกคำขอนั้นเสีย ลำพังความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีผลบังคับอย่างใด ศาลอาจวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นก็ได้ ฉะนั้น จึงยังไม่มีการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อย่างใดที่ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 146 ผู้ขอรับชำระหนี้จะมายื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งกลับคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หาได้ไม่ แต่เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไปอย่างใดแล้ว ผู้ขอรับชำระหนี้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ผู้ร้องได้ทราบคำสั่งศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.107 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.146

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด นายมนูญเจ้าหน้าได้ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาแล้วเสนอความเห็นว่าไม่น่าเชื่อว่าจำเลยได้กู้เงินนายมนูญจริง ควรให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของนายมนูญ นายมนูญยื่นคำร้องต่อศาลว่าคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดต่อข้อเท็จจริง จึงขอคัดค้าน และขอให้ศาลมีคำสั่งกลับคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสีย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าผู้ร้องจะต้องร้องต่อศาลภายในกำหนด ๑๔ วันนับแต่วันทราบคำสั่งตามพระราชบัญญัติล้มละลายมาตรา ๑๔๖ ผู้ร้องมายื่นคำร้องเมื่อล่วงเวลา และศาลก็ได้สั่งยื่นตามคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไปแล้ว จึงให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นสั่งยกคำขอรับชำระหนี้เช่นนั้นกรณีไม่ใช่เรื่องที่ผู้ร้องจะขอให้ศาลสั่งใหม่ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา ๑๔๖ แต่เป็นกรณีที่ผู้ร้องอาจอุทธรณ์คำสั่งศาลได้ตามมาตรา ๑๐๗ และแม้จะคิดว่านายมนูญได้อุทธรณ์ในปัญหาการขอรับชำระหนี้ตามมาตรา ๑๐๗ ด้วย นายมนูญก็ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นสั่งสำนวนต่อศาลในกรณีที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ แม้จะเห็นควรให้ยกคำขอนั้นเสีย ลำพังความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีผลบังคับอย่างใด ศาลอาจวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นก็ได้ ฉะนั้น จึงยังไม่มีการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา ๑๔๖ ผู้ร้องจึงจะมายื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งกลับคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หาได้ไม่ แต่เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไปอย่างใดแล้ว ผู้ร้องมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายใน ๑ เดือน นับแต่วันที่ผู้ร้องได้ทราบคำสั่งศาล ฟ้องอุทธรณ์ของผู้ร้องยื่นเกินกำหนด ๑ เดือน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของผู้ร้องชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2509 นางสาวมลิ เดชกำแหง โจทก์ นายสุรินทร์ นิภารัตน์ จำเลย นายมนูญ สังข์เผือก เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวมลิ เดชกำแหง · จำเลย - นายสุรินทร์ นิภารัตน์ · เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ - นายมนูญ สังข์เผือก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายดวง ดีวาจิน · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนีย์ วาทิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4024/2536ฎีกา 3152/2545ฎีกา 4820/2548ฎีกา 6968/2537ฎีกา 9867/2544ฎีกา 1843/2551ฎีกา 432/2503ฎีกา 9487/2558ฎีกา 946/2509ฎีกา 2634/2534ฎีกา 3251/2534ฎีกา 5590/2548ฎีกา 3589/2525ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 2099/2532ฎีกา 4789/2553ฎีกา 2860/2529ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5219/2534ฎีกา 5768/2534ฎีกา 4432/2534ฎีกา 2981/2545ฎีกา 4802/2548ฎีกา 1049/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา