คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1341/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายที่ทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองพันบาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
ย่อคำพิพากษา
ในคดีล้มละลายที่บุคคลคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ให้ชำระเงินตามสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ หากทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองพันบาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 153
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลย ได้เรียกร้องให้ผู้ร้องชำระเงินตามสัญญากู้แก่เจ้าพนักงานพิทักทรัพย์ ผู้ร้องได้ทำหนังสือสัญญากู้ให้จำเลยจริง แต่ทำขึ้นเกี่ยวกับการเล่นแชร์ซึ่งจำเลยเป็นนายวง ไม่ได้กู้เงินกันจริง ไม่มีการรับเงินตามสัญญาและตกลงกันว่าจะไม่ใช้สัญญากู้นี้บังคับ เพราะนิติกรรมอันแท้จริงที่จะบังคับกันคือเรื่องเล่นแชร์เงินตามสัญญากู้ซึ่งเป็นเงินค่าแชร์ ผู้ร้องได้ชำระไปแล้ว ขอให้ศาลยกคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ค้านว่า ผู้ร้องทำสัญญากู้ให้จำเลยเนื่องจากการเล่นแชร์เปียหวย ผู้ร้องเปียแชร์ได้และได้รับเงินไป ก็ทำสัญญากู้ให้จำเลยหัวหน้าวงไว้ จำเลยจะคืนสัญญากู้ให้ผู้ร้องต่อเมื่อผู้ร้องได้ชำระเงินค่าแชร์ครบถ้วน การชำระค่าแชร์ต้องมีใบรับผู้ร้องไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงว่าได้ชำระเงินตามสัญญากู้แล้ว จึงอ้างและนำสืบไม่ได้ว่าได้ชำระหนี้หมดแล้ว ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ศาลแพ่งวินิจฉัยว่า ผู้ร้องนำสืบได้ว่าสัญญากู้เกิดจากการเล่นแชร์เปียหวยผู้ร้องนำสืบการชำระหนี้ได้ แต่ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้จำเลยแล้ว จึงให้ผู้ร้องชำระเงินแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าผู้ร้องชำระหนี้ให้จำเลยแล้ว พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นให้จำหน่ายชื่อผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้ของจำเลย
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้จำเลยแล้วหรือไม่ แต่ปรากฏว่าจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินสองพันบาท ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา ๑๕๓ ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยฟ้องอุทธรณ์ของผู้ร้อง และพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นให้ผู้ร้องชนะคดี จึงไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาดังกล่าว
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1341/2510
นางเฮี๊ยะ ชำนาญจิตร์วานิช โจทก์
นายชอบ บุญแต่ง จำเลย
นางหุ่น จันทร์สว่าง ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเฮี๊ยะ ชำนาญจิตร์วานิช · จำเลย - นายชอบ บุญแต่ง · ผู้ร้อง - นางหุ่น จันทร์สว่าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิง ลัดพลี · จินตา บุณยอาคม · สว่าง ภูวะปัจฉิม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเวท ชพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม สิริสาลี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา