⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1418/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1418/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้รับโอนที่ดินมือเปล่าโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนจากผู้ที่ไม่มีสิทธิในที่ดิน ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และไม่อาจอ้างสิทธิโดยการครอบครองได้หากยังไม่ครบกำหนดตามกฎหมาย * บริวารของผู้ครอบครองจะอ้างข้อต่อสู้ของผู้ครอบครองเพื่อยกขึ้นต่อสู้กับบุคคลภายนอกไม่ได้ เว้นแต่จะแสดงได้ว่าตนได้สืบสิทธิมาจากผู้ครอบครอง * การฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมมีอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

ผู้รับโอนที่ดินมือเปล่าทางทะเบียนโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนจากผู้โอนซึ่ง ไม่ใช่เจ้าของและไม่มีสิทธิครอบครอง ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 และผู้รับโอนนี้จะอ้างว่าได้สิทธิโดยการครอบครองก็ไม่ได้ เพราะครอบครองยังไม่ครบ 1 ปี บริวารของผู้ครอบครองที่มิได้ต่อสู้ว่าได้สิทธิว่าได้สืบสิทธิมาจากผู้ครอบครอง จะอ้างข้อต่อสู้ของผู้ครอบครองยันโจทก์ไม่ได้ การฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมมีอายุความ 10 ปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของรวมในที่พิพาท ซึ่งปู่ของโจทก์ครอบครองแทนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นภริยาน้อยของปู่โจทก์ได้เอาที่นี้ไปขายให้จำเลยที่ ๒ โดยจำเลยทั้งสองรู้ว่าที่ดินนี้เป็นของโจทก์ ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาซื้อขายนี้ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ โดยการซื้อมาจากนายมูลฟ้องขาดอายุความ ๑ ปี เพราะเป็นที่ดินมือเปล่า จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ซื้อที่พิพาทโดยสุจริต ฟ้องขาดอายุความ ๑ ปี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ฟังไม่ได้ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ แล้ววินิจฉัยว่าฟ้องไม่ขาดอายุความพิพากษากลับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์และนายชิดอุ๊ นายชิดส่วยปู่โจทก์ครอบครองที่นี้แทนโจทก์และนายชิดอุ๊ จำเลยที่๑ เป็นเพียงบริวารของนายชิดส่วยไม่ใช่เจ้าของและไม่มีสิทธิครอบครอง จำเลยที่ ๑ โอนทะเบียนขายที่พิพาทให้จำเลยที่ ๒ นับถึงวันฟ้องยังไม่ครบ ๑ ปี แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ แม้รับซื้อที่พิพาทโดยสุจริตและได้รับโอนทางทะเบียนก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๐ จำเลยที่ ๒ ครอบครองไม่ถึง ๑ ปี โจทก์จึงไม่หมดสิทธิเรียกร้อง โจทก์มิได้ฟ้องเรียกคืนการครอบครองจากนายชิดส่วยผู้ครอบครอง และจำเลยที่ ๑ มิได้ต่อสู้ว่าสืบสิทธิมาจากนายชิดส่วยดังนั้นจำเลยที่ ๑ จะยกเอาข้อต่อสู้ของนายชิดส่วยยันโจทก์ไม่ได้ ฟ้องให้เพิกถอนสัญญาที่จำเลยที่ ๑ ทำกับจำเลยที่ ๒ มีอายุความทั่วไป ๑๐ ปี พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1418/2510 นายชิดตุ๊ แซ่ตัน โจทก์ นางรุน ต๊ะเฉียง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชิดตุ๊ แซ่ตัน · จำเลย - นางรุน ต๊ะเฉียง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · สวิง ลัดพลี · อดุล รัตนปิณฑะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแม่สอด - นายสุภาส เลิศฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชิด บุญยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 4082/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 1531/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 1131/2502ฎีกา 2768/2519ฎีกา 156/2513ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 602/2490ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา