⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 159/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้รับตราจองที่ดินก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ใช้บังคับ ถือว่าผู้รับตราจองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นแล้ว และเจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เฉพาะในเขตอำนาจของตนเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้รับตราจองซึ่งตราว่า "ทำประโยชน์แล้ว" ตั้งแต่ก่อนพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 บังคับใช้ โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาตั้งแต่วันได้รับตราจองตามพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2479 มาตรา 11 ตลอดมา หนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยออกทับที่พิพาทซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์อยู่ก่อนแล้ว และที่พิพาทอยู่ในเขตจังหวัดพิจิตร ฉะนั้น เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงไม่มีอำนาจที่จะออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่จำเลย หนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามตราจอง จำเลยบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ ขอให้ห้ามจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ จำเลยมีที่ดินโดยบุกเบิก และจดทะเบียนทำประโยชน์ไว้แล้วที่อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ หากโจทก์จะฟ้องจำเลยเกี่ยวกับที่ดินที่จำเลยครอบครอง โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องที่ศาลจังหวัดพิจิตร เพราะที่ดินตลอดจนภูมิลำเนาของจำเลยอยู่ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ ศาลจังหวัดพิจิตรพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลจังหวัดพิจิตร จะทำการพิจารณาพิพากษา พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตจังหวัดพิจิตร ศาลจังหวัดพิจิตรจึงมีอำนาจที่จะทำการพิจารณาพิพากษา จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลจังหวัดพิจิตร ให้ศาลจังหวัดพิจิตรทำการพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ศาลจังหวัดพิจิตรพิพากษาใหม่ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้รับตราจองที่พิพาทซึ่งตราว่า "ทำประโยชน์แล้ว" ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๔๙๕ ซึ่งเป็นเวลาก่อนพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ บังคับใช้ ฉะนั้น โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทมาตั้งแต่วันที่ได้รับตราจองตามพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๑๑ ตลอดมา ส่วนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยนั้น นอกจากจะออกทับที่พิพาทซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์อยู่ก่อน และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ก็ไม่มีอำนาจออกหนังสือดังกล่าว เพราะที่พิพาทอยู่ในเขตจังหวัดพิจิตรแล้ว หนังสือรับรองการทำประโยชน์นั้นยังออกภายหลังที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้อีกด้วย หนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2510 นายสง่า เวชกร โจทก์ นายเพิ่ม กลิ่นทุ่งทอง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสง่า เวชกร · ล. - นายเพิ่ม กลิ่นทุ่งทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ทองคำ จารุเหติ · นิคม ชัยอาญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายไพบูรย์ เพียรรู้จบ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2681/2520ฎีกา 673-675/2506ฎีกา 2688/2520ฎีกา 672-675/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา