⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2681/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2681/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว" มีผลเท่ากับโฉนด ผู้ถือตราจองมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น และจะเสียกรรมสิทธิ์ก็ต่อเมื่อผู้อื่นได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 มาตรา 11 วรรคสองที่บัญญัติว่า "ตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว" นั้นผู้ถือมีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย" หมายความว่าตราจองนั้นมีผลเท่ากับโฉนดเมื่อที่ดินที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์แล้วและมีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทและจะเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามตราจองนี้ก็ต่อเมื่อโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ไปโดยการครอบครองปรปักษ์ อันมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 โจทก์ได้เข้าครอบครองที่พิพาทโดยเข้าทำนาโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้วโจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ ในที่พิพาทโดยทางครอบครองปรปักษ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินนา 1 แปลง ได้มาโดยการเข้าครอบครองถือเอาเป็นเจ้าของในที่ดินรกร้างว่างเปล่า บุกเบิกหักสร้างเป็นนามาประมาณ17 ปีแล้ว ได้ครอบครองต่อเนื่องกันมาด้วยความสงบ และเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของไม่เคยสละละทิ้งและไม่มีผู้ใดขัดขวาง ต่อมาจำเลยนำรังวัดที่ดินของโจทก์รวมกับที่ของบุคคลอื่นอีก โดยอ้างว่าเป็นที่ของจำเลยและขอออกโฉนด โจทก์ได้คัดค้านต่อพนักงานที่ดิน และนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์แล้ว เนื้อที่ 1,278 ไร่ ของจำเลย โจทก์ขอเข้าทำนาในที่พิพาทโดยการแบ่งปันข้าวที่เก็บเกี่ยวไว้แต่ละปีเป็นการตอบแทนแก่จำเลย จำเลยได้เข้ารังวัดที่ดินทั้งหมดเพื่อขอออกโฉนด โจทก์คัดค้าน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์แล้วตามพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2479 มาตรา 11 วรรคสองบัญญัติว่าตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว" นั้น ผู้ถือมีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายซึ่งหมายความว่า ตราจองนั้นมีผลเท่ากับโฉนด ทางพิจารณาคดีนี้โจทก์ยอมรับว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์แล้ว และมีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ฉะนั้น จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทและจะเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามตราจองนี้ก็ต่อเมื่อโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ไปโดยการครอบครองปรปักษ์อันมีอายุความ10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และ ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทโดยเข้าทำนาโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาเกินกว่า 10 ปีแล้ว โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่นาพิพาทโดยทางครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2681/2520 นายหวันแปซอน ปะดุกา โจทก์ นายเจ๊ะอับดุลลาห์ หลังปูเต๊ะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหวันแปซอน ปะดุกา · จำเลย - นายเจ๊ะอับดุลลาห์ หลังปูเต๊ะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประภาศน์ อวยชัย · ชลูตม์ สวัสดิทัต · พัลลภ สังโขบล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 1589/2567ฎีกา 3375/2532ฎีกา 472/2526ฎีกา 9788/2553ฎีกา 2675/2527ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 1219-1222/2526ฎีกา 1564/2529ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 955/2535ฎีกา 472/2513ฎีกา 107/2493ฎีกา 1368/2510ฎีกา 529/2497ฎีกา 4415/2528ฎีกา 383/2490ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 1539/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา