⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 164/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้การชำระบัญชีของบริษัทจะสิ้นสุดลงแล้ว เจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิฟ้องเรียกหนี้สินจากบริษัทหรือผู้ถือหุ้นได้ และคู่กรณีสามารถดำเนินคดีต่อไปได้ตามที่ได้รับแต่งตั้งไว้

ย่อคำพิพากษา

แม้การชำระบัญชีสิ้นสุดไปแล้ว กฎหมายยังให้เจ้าหนี้ฟ้องเรียกหนี้สินที่บริษัทหรือผู้ถือหุ้นเป็นหนี้อยู่ได้ กรณีเรื่องนี้ว่ากล่าวกันให้บริษัทผู้ร้องต้องรับผิดเป็นเงินวางศาลเมื่อบริษัทผู้ร้องรับไม้ของกลางไปและได้ว่ากล่าวกันก่อนเลิกบริษัท ฉะนั้น ตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1249 ประกอบมาตรา 1272 คู่กรณีจึงคงว่ากล่าวคดีกันต่อมาได้และทนายของบริษัทผู้ร้องคงมีอำนาจดำเนินดคีต่อมาตามที่ได้รับแต่งตั้งไว้ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้บริษัทผู้ร้องนำเงินราคาไม้ของกลางที่ยังขาด 1,398,000 บาท มาวางศาลภายใน 15 วัน บริษัทผู้ร้องฎีกาต่อมาได้ไม่ต้องห้าม ไม่อยู่ภายในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 บริษัทผู้ร้องขอให้คิดราคาไม้ของกลาง 4 เท่าของอัตราค่าภาคหลวง ราคานี้กรมป่าไม้ขายให้เฉพาะองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งเป็นองค์การรัฐบาลเท่านั้น การตีราคาในคดีนี้ต้องถือราคาในท้องตลาดเป็นเกณฑ์ คือ ลูกบาศก์เมตรละ 2,050 บาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.217 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.66 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1272

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ไม้สักของกลางเป็นไม้ที่ผู้ร้องซื้อไว้โดยสุจริต ต่อมานายอำเภอแม่ระมาศตั้งข้อหาว่ากรรมการบริษัทผู้ร้องร่วมกระทำผิดกับจำเลย ได้อายัดไม้รายนี้ บัดนี้อัยการสั่งไม่ฟ้องกรรมการบริษัท การอายัดหมดความจำเป็น ไม้ของกลางตกอยู่ในสภาพเสียหาย ถ้ารอจนกว่าศาลมีคำพิพากษาให้ริบหรือคืน ก็เสื่อมค่าลงเรื่อย ๆ จึงขอให้คือให้ผู้ร้อง อัยการโจทก์คัดค้านว่าผู้ร้องไม่มีอำนาจขอคืน แต่ถ้าผู้ร้องจะขอให้ขายไม้ของกลางเอาเงินมาวางศาลจนกว่าคดีถึงที่สุด โจทก์ไม่ค้าน แต่ขอให้นัดพร้อมระหว่างโจทก์ จำเลย ผู้ร้อง พนักงานสอบสวน เพื่อว่าผู้ใดจะค้าน และเพื่อตกลงในเรื่องราคา ศาลชั้นต้นนัดพร้อม อัยการโจทก์ขอให้ป่าไม้เขตตากเป็นผู้มาตีราคา ศาลชั้นต้นเห็นว่าศาลตีราคาได้ ไม่ต้องอาศัยบุคคลอื่น จึงมีคำสั่งว่า ถ้าผู้ร้องจะขนย้ายไม้ของกลาง ๗๔๙ ท่อน ๗๖๐ ลูกบาศก์เมตร ไปดำเนินการประการใดตามประสงค์ ก็ให้นำเงินสด ๑๖๐,๐๐๐ บาท หรือหลักทรัพย์ที่ศาลเห็นสมควรมาวางศาลภายใน ๗ วัน อัยการโจทก์อุทธรณ์ขอให้ตีราคาไม้ของกลางใหม่ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลชั้นต้นตีราคาโดยถือราคาไม้ที่เคยขายให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นเกณฑ์ประการเดียว ไม่เห็นพ้องด้วย ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการตามกระบวนความ แล้วพิจารณาสั่งใหม่ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาใหม่ คู่ความแถลงว่าคงมีประเด็นเดียวว่าราคาไม้ของกลางที่จะให้ผู้ร้องวางแทนไม้เป็นจำนวนเท่าใด สืบพยานโจทก์และพยานผู้ร้องแล้วเห็นว่าราคาไม้ลูกบาศก์เมตรละ ๒,๐๕๐ บาท รวมราคา ๑,๕๕๘,๐๐๐ บาท ให้ผู้ร้องนำเงินราคาไม้ที่ยังขาด ๑,๓๙๘,๐๐๐ บาท มาวางศาลภายใน ๑๕ วัน ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา โจทก์แก้ฎีกาและต่อมายื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยว่า ผู้ร้องฎีกาไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๗, ๒๑๘ และบริษัทผู้ร้องได้ชำระบัญชีจดทะเบียนเลิกบริษัทแล้วก่อนยื่นฎีกา กรรมการบริษัทผู้ร้องไม่มีอำนาจดำเนินคดี ทนายผู้ร้องผู้ลงนามในฎีกาไม่มีอำนาจดำเนินคดี ขอให้ยกฎีกา ศาลฎีกาสั่งศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องโจทก์ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องเลิกกิจการและตั้งผู้ชำระบัญชี นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางรับจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๐๗ จึงเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๔๙ บัญญัติว่า ห้างหุ้นส่วนก็ดี บริษัทก็ดี แม้จะได้เลิกกันแล้วก็ให้พึงถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อชำระบัญชี มาตรา ๑๒๗๒ ว่าในคดีฟ้องเรียกหนี้สินซึ่งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทหรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้น หรือผู้ชำระบัญชีเป็นลูกหนี้ในฐานะเช่นนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด ๒ ปี นับแต่วันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชี ศาลฎีกาเห็นว่า แม้การชำระบัญชีสิ้นสุดไปแล้ว กฎหมายยังให้เจ้าหนี้ฟ้องเรียกหนี้สินที่บริษัทหรือผู้ถือหุ้นเป็นหนี้อยู่ได้ กรณีเรื่องนี้ก็เป็นกรณีที่ว่ากล่าวกันให้ฝ่ายผู้ร้องต้องรับผิดเป็นเงิน และได้ว่ากล่าวกันก่อนเลิกบริษัทเสียด้วยซ้ำ ฉะนั้น ตามนัยแห่งบทบัญญัติมาตรา ๑๒๔๙ ประกอบมาตรา ๑๒๗๒ คู่กรณีจึงคงว่ากล่าวคดีกันต่อมาได้ ทนายผู้ร้องจึงยังคงมีอำนาจดำเนินคดีต่อมาตามที่ได้รับแต่งตั้งไว้ได้ และเห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องอาศัยสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ยื่นคำร้องเข้ามาในคดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายธนูกับพวก ขอให้ลงโทษและริบไม้ของกลาง อ้างว่าผู้ร้องซื้อไม้สักของกลางไว้โดยสุจริต มิได้รู้เห็นในการกระทำผิดร่วมกับจำเลย เป็นการร้องขอทรัพย์คืนโดยอ้างสิทธิในทางแพ่ง จึงไม่อยู่ภายในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ผู้ร้องฎีกาได้ ไม่ต้องห้าม และเห็นว่าที่ผู้ร้องขอให้คิดราคาไม้ของกลาง ๔ เท่าของอัตราค่าภาคหลวง ราคานี้กรมป่าไม้ขายให้เฉพาะองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งเป็นองค์การรัฐบาลเท่านั้น การตีราคาในคดีนี้ต้องถือราคาในท้องตลาดเป็นเกณฑ์ ศาลชั้นต้นตีราคาลูกบาศก์เมตรละ ๒,๐๕๐ บาท โดยหักค่าขนส่งออกเสียก่อน ชอบด้วยคดีและเหตุผลแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2510 อัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด โจทก์ นายธนู มังคะโชติ กับพวกรวม 6 คน จำเลย บริษัทไทยฮาร์ดวู้ด จำกัด ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด · จำเลย - นายธนู มังคะโชติ กับพวกรวม 6 คน · ผู้ร้อง - บริษัทไทยฮาร์ดวู้ด จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแม่สอด · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ โชติรัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1451/2512ฎีกา 1588/2479ฎีกา 651/2507ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1572/2511ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 6911/2544ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1254/2494ฎีกา 1170/2505ฎีกา 269/2537ฎีกา 2234/2535ฎีกา 9076/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา