⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 164/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2510

ป.พ.พ. ม.802, 1055, 1068 ฯลฯ · ป.อาญา ม.36

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้การชำระบัญชีของบริษัทจะสิ้นสุดลงแล้ว เจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิฟ้องเรียกหนี้สินจากบริษัทหรือผู้ถือหุ้นได้ และคู่กรณีสามารถดำเนินคดีต่อไปได้ตามที่ได้รับแต่งตั้งไว้

ย่อคำพิพากษา

แม้การชำระบัญชีสิ้นสุดไปแล้ว กฎหมายยังให้เจ้าหนี้ฟ้องเรียกหนี้สินที่บริษัทหรือผู้ถือหุ้นเป็นหนี้อยู่ได้ กรณีเรื่องนี้ว่ากล่าวกันให้บริษัทผู้ร้องต้องรับผิดเป็นเงินวางศาลเมื่อบริษัทผู้ร้องรับไม้ของกลางไปและได้ว่ากล่าวกันก่อนเลิกบริษัท ฉะนั้น ตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1249 ประกอบมาตรา 1272 คู่กรณีจึงคงว่ากล่าวคดีกันต่อมาได้และทนายของบริษัทผู้ร้องคงมีอำนาจดำเนินดคีต่อมาตามที่ได้รับแต่งตั้งไว้ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้บริษัทผู้ร้องนำเงินราคาไม้ของกลางที่ยังขาด 1,398,000 บาท มาวางศาลภายใน 15 วัน บริษัทผู้ร้องฎีกาต่อมาได้ไม่ต้องห้าม ไม่อยู่ภายในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 บริษัทผู้ร้องขอให้คิดราคาไม้ของกลาง 4 เท่าของอัตราค่าภาคหลวง ราคานี้กรมป่าไม้ขายให้เฉพาะองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งเป็นองค์การรัฐบาลเท่านั้น การตีราคาในคดีนี้ต้องถือราคาในท้องตลาดเป็นเกณฑ์ คือ ลูกบาศก์เมตรละ 2,050 บาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.217 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.66 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.802 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1055 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1068 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1077 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1080 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1251 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1259 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1272

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.217 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ไม้สักของกลางเป็นไม้ที่ผู้ร้องซื้อไว้โดยสุจริต ต่อมานายอำเภอแม่ระมาศตั้งข้อหาว่ากรรมการบริษัทผู้ร้องร่วมกระทำผิดกับจำเลย ได้อายัดไม้รายนี้ บัดนี้อัยการสั่งไม่ฟ้องกรรมการบริษัท การอายัดหมดความจำเป็น ไม้ของกลางตกอยู่ในสภาพเสียหาย ถ้ารอจนกว่าศาลมีคำพิพากษาให้ริบหรือคืน ก็เสื่อมค่าลงเรื่อย ๆ จึงขอให้คือให้ผู้ร้อง อัยการโจทก์คัดค้านว่าผู้ร้องไม่มีอำนาจขอคืน แต่ถ้าผู้ร้องจะขอให้ขายไม้ของกลางเอาเงินมาวางศาลจนกว่าคดีถึงที่สุด โจทก์ไม่ค้าน แต่ขอให้นัดพร้อมระหว่างโจทก์ จำเลย ผู้ร้อง พนักงานสอบสวน เพื่อว่าผู้ใดจะค้าน และเพื่อตกลงในเรื่องราคา ศาลชั้นต้นนัดพร้อม อัยการโจทก์ขอให้ป่าไม้เขตตากเป็นผู้มาตีราคา ศาลชั้นต้นเห็นว่าศาลตีราคาได้ ไม่ต้องอาศัยบุคคลอื่น จึงมีคำสั่งว่า ถ้าผู้ร้องจะขนย้ายไม้ของกลาง ๗๔๙ ท่อน ๗๖๐ ลูกบาศก์เมตร ไปดำเนินการประการใดตามประสงค์ ก็ให้นำเงินสด ๑๖๐,๐๐๐ บาท หรือหลักทรัพย์ที่ศาลเห็นสมควรมาวางศาลภายใน ๗ วัน อัยการโจทก์อุทธรณ์ขอให้ตีราคาไม้ของกลางใหม่ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลชั้นต้นตีราคาโดยถือราคาไม้ที่เคยขายให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นเกณฑ์ประการเดียว ไม่เห็นพ้องด้วย ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการตามกระบวนความ แล้วพิจารณาสั่งใหม่ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาใหม่ คู่ความแถลงว่าคงมีประเด็นเดียวว่าราคาไม้ของกลางที่จะให้ผู้ร้องวางแทนไม้เป็นจำนวนเท่าใด สืบพยานโจทก์และพยานผู้ร้องแล้วเห็นว่าราคาไม้ลูกบาศก์เมตรละ ๒,๐๕๐ บาท รวมราคา ๑,๕๕๘,๐๐๐ บาท ให้ผู้ร้องนำเงินราคาไม้ที่ยังขาด ๑,๓๙๘,๐๐๐ บาท มาวางศาลภายใน ๑๕ วัน ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา โจทก์แก้ฎีกาและต่อมายื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยว่า ผู้ร้องฎีกาไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๗, ๒๑๘ และบริษัทผู้ร้องได้ชำระบัญชีจดทะเบียนเลิกบริษัทแล้วก่อนยื่นฎีกา กรรมการบริษัทผู้ร้องไม่มีอำนาจดำเนินคดี ทนายผู้ร้องผู้ลงนามในฎีกาไม่มีอำนาจดำเนินคดี ขอให้ยกฎีกา ศาลฎีกาสั่งศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องโจทก์ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องเลิกกิจการและตั้งผู้ชำระบัญชี นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางรับจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๐๗ จึงเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๔๙ บัญญัติว่า ห้างหุ้นส่วนก็ดี บริษัทก็ดี แม้จะได้เลิกกันแล้วก็ให้พึงถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อชำระบัญชี มาตรา ๑๒๗๒ ว่าในคดีฟ้องเรียกหนี้สินซึ่งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทหรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้น หรือผู้ชำระบัญชีเป็นลูกหนี้ในฐานะเช่นนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด ๒ ปี นับแต่วันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชี ศาลฎีกาเห็นว่า แม้การชำระบัญชีสิ้นสุดไปแล้ว กฎหมายยังให้เจ้าหนี้ฟ้องเรียกหนี้สินที่บริษัทหรือผู้ถือหุ้นเป็นหนี้อยู่ได้ กรณีเรื่องนี้ก็เป็นกรณีที่ว่ากล่าวกันให้ฝ่ายผู้ร้องต้องรับผิดเป็นเงิน และได้ว่ากล่าวกันก่อนเลิกบริษัทเสียด้วยซ้ำ ฉะนั้น ตามนัยแห่งบทบัญญัติมาตรา ๑๒๔๙ ประกอบมาตรา ๑๒๗๒ คู่กรณีจึงคงว่ากล่าวคดีกันต่อมาได้ ทนายผู้ร้องจึงยังคงมีอำนาจดำเนินคดีต่อมาตามที่ได้รับแต่งตั้งไว้ได้ และเห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องอาศัยสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ยื่นคำร้องเข้ามาในคดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายธนูกับพวก ขอให้ลงโทษและริบไม้ของกลาง อ้างว่าผู้ร้องซื้อไม้สักของกลางไว้โดยสุจริต มิได้รู้เห็นในการกระทำผิดร่วมกับจำเลย เป็นการร้องขอทรัพย์คืนโดยอ้างสิทธิในทางแพ่ง จึงไม่อยู่ภายในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ผู้ร้องฎีกาได้ ไม่ต้องห้าม และเห็นว่าที่ผู้ร้องขอให้คิดราคาไม้ของกลาง ๔ เท่าของอัตราค่าภาคหลวง ราคานี้กรมป่าไม้ขายให้เฉพาะองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งเป็นองค์การรัฐบาลเท่านั้น การตีราคาในคดีนี้ต้องถือราคาในท้องตลาดเป็นเกณฑ์ ศาลชั้นต้นตีราคาลูกบาศก์เมตรละ ๒,๐๕๐ บาท โดยหักค่าขนส่งออกเสียก่อน ชอบด้วยคดีและเหตุผลแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2510 อัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด โจทก์ นายธนู มังคะโชติ กับพวกรวม 6 คน จำเลย บริษัทไทยฮาร์ดวู้ด จำกัด ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด · จำเลย - นายธนู มังคะโชติ กับพวกรวม 6 คน · ผู้ร้อง - บริษัทไทยฮาร์ดวู้ด จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแม่สอด · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ โชติรัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 1588/2479ฎีกา 651/2507ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1083/2540ฎีกา 605/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 222/2468ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา