⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 196/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขอให้กักกัน ไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดเวลาและสถานที่เกิดเหตุ และศาลสามารถนำสำนวนคดีอื่นที่โจทก์อ้างอิงมาพิจารณาประกอบได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องขอให้กักกัน หาใช่ฟ้องเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยเพื่อให้ศาลลงโทษตามความผิดไม่ จึงไม่ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ และแม้จะมิได้บรรยายว่าโจทก์ฟ้องคดีอันเป็นมูลให้เกิดอำนาจฟ้องขอให้กักกันวันเดือนปีใด ไม่อาจทราบว่าภายในอายุความหรือไม่ก็ตาม เมื่อคดีนั้นเป็นคดีของศาลชั้นต้น โจทก์ได้ระบุอ้างเป็นพยานไว้ ศาลชั้นต้นชอบที่จะเอาสำนวนคดีนั้นมาตรวจดูได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 ประมวลกฎหมายอาญา ม.42 ประมวลกฎหมายอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายอาญา ม.97

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๖ เดือนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้งในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์และภายในเวลาสิบปีนับแต่วันที่จำเลยพ้นโทษ จำเลยได้กระทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์อีกจนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๖ เดือน และกระทำในขณะอายุเกินกว่า ๑๗ ปี ดังนี้.- ครั้งที่ ๑ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลแขวงพระนครเหนือ จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน ฐานลักทรัพย์ตามคดีแดงที่ ๙๒๕/๒๕๐๐ ครั้งที่ ๒ ต้องคำพิพากษาของศาลทหารกรุงเทพ (ศาลจังหวัดมีนบุรี) จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน ฐานวิ่งราวทรัพย์ คดีแดงที่ ๑/๒๕๐๔ ครั้งที่ ๓ ต้องคำพิพากษาคดีอาญา จำคุก ๒ ปี ๓ เดือน ฐานวิ่งราวทรัพย์ คดีแดงที่ ๒๒๖๘/๒๕๐๕ ครั้งที่ ๔ ต้องคำพิพากษาศาลอาญา จำคุก ๒ ปี ฐานพยายามลักทรัพย์ คดีแดงที่ ๒๗๑๓/๒๕๐๘ ซึ่งขณะนี้ยังคงรับโทษอยู่ ถือว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดติดนิสัย ขอให้พิพากษากักกันจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๑, ๔๒,๔๓ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกประการ ขออย่าเพิ่งกักกัน ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ ไม่ปรากฏว่าคดีแดงที่ ๒๗๑๓/๒๕๐๘ โจทก์ได้ฟ้องวันเดือนปีใด ไม่อาจทราบว่าฟ้องภายในอายุความ ๖ เดือนตามมาตรา ๙๗ หรือไม่ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้กักกัน ๓ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การฟ้องขอให้กักกันเป็นฟ้องขอให้ศาลใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย หาใช่ฟ้องเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยเพื่อให้ลงโทษตามความผิดไม่ จึงไม่ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ และที่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์ฟ้องคดีอาญาเลขแดงที่ ๒๗๑๓/๒๕๐๘ อันเป็นมูลเหตุให้เกิดอำนาจฟ้องขอให้กักกันเดือนปีใด ก็เห็นว่า คดีแดงดังกล่าวเป็นคดีของศาลชั้นต้น โจทก์ได้ระบุอ้างเป็นพยานไว้แล้ว ศาลชั้นต้นชอบที่จะเอามาตรวจดูได้ เมื่อตรวจดูแล้วปรากฏว่าโจทก์ฟ้องคดีนั้นวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ ฟ้องคดีนี้วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ ไม่เกิน ๖ เดือน ไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน ให้นับวันเริ่มกักกันนับแต่วันถัดจากวันพ้นโทษจำคุกในคดีแดงที่ ๒๗๑๓/๒๕๐๘. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2510 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายศักดิ์ชัย แซ่โค้วหรือแซ่แต้ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายศักดิ์ชัย แซ่โค้วหรือแซ่แต้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เกษคุปต์ · ยง เหลืองรังษี · ศิริ มลิลา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายแสวง พุทธสถิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนสิงหะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6435/2555ฎีกา 795/2479ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา