คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขอให้กักกัน ไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดเวลาและสถานที่เกิดเหตุ และศาลสามารถนำสำนวนคดีอื่นที่โจทก์อ้างอิงมาพิจารณาประกอบได้
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องขอให้กักกัน หาใช่ฟ้องเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยเพื่อให้ศาลลงโทษตามความผิดไม่ จึงไม่ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ และแม้จะมิได้บรรยายว่าโจทก์ฟ้องคดีอันเป็นมูลให้เกิดอำนาจฟ้องขอให้กักกันวันเดือนปีใด ไม่อาจทราบว่าภายในอายุความหรือไม่ก็ตาม เมื่อคดีนั้นเป็นคดีของศาลชั้นต้น โจทก์ได้ระบุอ้างเป็นพยานไว้ ศาลชั้นต้นชอบที่จะเอาสำนวนคดีนั้นมาตรวจดูได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๖ เดือนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้งในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์และภายในเวลาสิบปีนับแต่วันที่จำเลยพ้นโทษ จำเลยได้กระทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์อีกจนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๖ เดือน และกระทำในขณะอายุเกินกว่า ๑๗ ปี ดังนี้.-
ครั้งที่ ๑ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลแขวงพระนครเหนือ จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน ฐานลักทรัพย์ตามคดีแดงที่ ๙๒๕/๒๕๐๐
ครั้งที่ ๒ ต้องคำพิพากษาของศาลทหารกรุงเทพ (ศาลจังหวัดมีนบุรี) จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน ฐานวิ่งราวทรัพย์ คดีแดงที่ ๑/๒๕๐๔
ครั้งที่ ๓ ต้องคำพิพากษาคดีอาญา จำคุก ๒ ปี ๓ เดือน ฐานวิ่งราวทรัพย์ คดีแดงที่ ๒๒๖๘/๒๕๐๕
ครั้งที่ ๔ ต้องคำพิพากษาศาลอาญา จำคุก ๒ ปี ฐานพยายามลักทรัพย์ คดีแดงที่ ๒๗๑๓/๒๕๐๘ ซึ่งขณะนี้ยังคงรับโทษอยู่
ถือว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดติดนิสัย ขอให้พิพากษากักกันจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๑, ๔๒,๔๓
จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกประการ ขออย่าเพิ่งกักกัน
ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ ไม่ปรากฏว่าคดีแดงที่ ๒๗๑๓/๒๕๐๘ โจทก์ได้ฟ้องวันเดือนปีใด ไม่อาจทราบว่าฟ้องภายในอายุความ ๖ เดือนตามมาตรา ๙๗ หรือไม่ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้กักกัน ๓ ปี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การฟ้องขอให้กักกันเป็นฟ้องขอให้ศาลใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย หาใช่ฟ้องเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยเพื่อให้ลงโทษตามความผิดไม่ จึงไม่ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ และที่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์ฟ้องคดีอาญาเลขแดงที่ ๒๗๑๓/๒๕๐๘ อันเป็นมูลเหตุให้เกิดอำนาจฟ้องขอให้กักกันเดือนปีใด ก็เห็นว่า คดีแดงดังกล่าวเป็นคดีของศาลชั้นต้น โจทก์ได้ระบุอ้างเป็นพยานไว้แล้ว ศาลชั้นต้นชอบที่จะเอามาตรวจดูได้ เมื่อตรวจดูแล้วปรากฏว่าโจทก์ฟ้องคดีนั้นวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ ฟ้องคดีนี้วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ ไม่เกิน ๖ เดือน ไม่ขาดอายุความ
พิพากษายืน ให้นับวันเริ่มกักกันนับแต่วันถัดจากวันพ้นโทษจำคุกในคดีแดงที่ ๒๗๑๓/๒๕๐๘.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2510
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายศักดิ์ชัย แซ่โค้วหรือแซ่แต้ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายศักดิ์ชัย แซ่โค้วหรือแซ่แต้ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน เกษคุปต์ · ยง เหลืองรังษี · ศิริ มลิลา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายแสวง พุทธสถิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนสิงหะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา