⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 273/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 273/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายที่ใกล้จะถึงและเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่มีความผิด

ย่อคำพิพากษา

วันเกิดเหตุ จำเลยกลับบ้าน เห็นผู้ตายกำลังกอดปล้ำข่มขืนเพื่อจะกระทำชำเราภริยาจำเลย จำเลยจึงเปิดประตูเข้าไปฟันผู้ตาย 2 ที แล้วจำเลยวิ่งหนีไปทางหลังบ้าน เพราะกลัวผู้ตายซึ่งคว้ามีดจะทำร้ายจำเลย ผู้ตายยังไล่จำเลยไปอีกติด ๆ กัน จำเลยหนีไม่พ้น จึงหันหน้ามาฟันผู้ตายอีก 2-3 ที ผู้ตายผละหนีไปทางหน้าบ้าน แล้วไปนอนตายในลำห้วย ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของจำเลยให้พ้นภยันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ภยันตรายนั้นใกล้จะถือ และถือได้ว่าจำเลยได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยย่อมไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๐๘ จำเลยได้ใช้มีดพร้างอเป็นอาวุธฟันทำร้ายร่างกายนายบุญถึง สาหะกิจ หลายแผลโดยเจตนาฆ่า นายบุญถึงได้ถึงแก่ความตายในทันใดนั้น ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ และสั่งริบของกลาง จำเลยให้การว่า จำเลยฟันผู้ตายโดยเจตนาฆ่า เพื่อป้องกันตนเองและภริยาจำเลยให้พ้นอันตราย ทั้งบันดาลโทสะ โดยผู้ตายเข้าไปปลุกปล้ำข่มขืนภริยาจำเลยแล้วจะแทงทำร้ายจำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำเพื่อป้องกันเกียรติยศชื่อเสียง หรือสิทธิของจำเลย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย แต่จำเลยกระทำการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ จำคุกจำเลย ๒ ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยกระทำการป้องกันสิทธิของจำเลยพอสมควรแก่เหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๖๘ พิพากษากลับศาลชั้นต้น เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ มีดของกลางคืนเจ้าของ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยฆ่าผู้ตายโดยบันดาลโทสะหรือมิฉะนั้นเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ จำเลยไล่ฟันผู้ตายข้างเดียว จำเลยย่อมมีความผิด ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ก่อนเกิดเหตุเรื่องนี้ ผู้ตายเคยไปกอดปล้ำภริยานายเพ็ชร์น้าชายนางทรัพย์ จนนายเพ็ชร์และภริยาต้องอพยพจากที่อยู่ไป ทางพิจารณาได้ความจากร้อยตำรวจเอกดำรงพนักงานสอบสวนคดีนี้ว่า เมื่อประมาณ ๓-๔ เดือน ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายเคยข่มขืนกระทำชำเรานางมุ่ยระหว่างจำเลยไม่อยู่ครั้งหนึ่ง แต่นายมุ่ยไม่กล้าบอกจำเลยกลัวจะมีเรื่องกัน หลังจากนั้นผู้ตายไปขืนใจบ่อย ๆ ซึ่งนางมุ่ยจำยอมตลอดมา นางมุ่ยกลุ้มใจจนกระทั่งกินยาตาย แต่สามีช่วยไว้ได้ ในวันเกิดเหตุจำเลยกลับบ้านเห็นผู้ตายกำลังกอดปล้ำข่มขืนเพื่อชำเรานางมุ่ยภริยาจำเลย จำเลยจึงเปิดประตูเข้าไปฟันผู้ตาย ๒ ที่ แล้วจำเลยวิ่งหนีไปทางหลังบ้าน เพราะกลัวผู้ตายซึ่งคว้ามีดจะทำร้ายจำเลย ผู้ตายยังไล่ตามจำเลยไปอีกติด ๆ กัน จำเลยหนีไม่พ้น จึงหันหน้ามาฟันผู้ตายอีก ๒-๓ ที ผู้ตายผละหนีไปทางหน้าบ้านแล้วไปนอนตายในลำห้วยในคืนนั้น ดังนี้ เป็นการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของจำเลยให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ภยันตรายนั้นใกล้จะถึง และจำเลยได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๘ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 273/2510 อัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน โจทก์ นายอำพล จันทสิงห์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน · ล. - นายอำพล จันทสิงห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไฉน บุญยก · มณี ชุติวงศ์ · โกวิท ถิระวัฒน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหลังสวน - นายบรรทม จาตกานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท สุคนธมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา