⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 277/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 277/2510

ป.อาญา ม.68, 288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสมัครใจต่อสู้กันทำให้จำเลยไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้ และการยิงผู้ตายหลายนัดแสดงถึงเจตนาฆ่า

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับผู้ตายมีสาเหตุกันมาก่อน ในวันเกิดเหตุได้มีการท้าทายกัน แล้วผู้ตายแสดงกิริยาจะเข้าทำร้ายจำเลย จำเลยชักปืนยิงถูกผู้ตาย 1 นัดก่อนผู้ตายจะเข้าถึงตัว ครั้นเมื่อผู้ตายเข้าประชิดตัวจำเลยและแทงจำเลยได้ จำเลยก็ยิงผู้ตายอีก 3 นัด เมื่อเหตุเกิดจากการสมัครใจต่อสู้กัน จำเลยจะอ้างว่าป้องกันตัวหาได้ไม่ พฤติการณ์ที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายเช่นนี้ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้ปืนยิงนายสมพงษ์ถึงแก่ความตาย จำเลยให้การว่า ผู้ตายใช้มีดแทงจำเลยก่อน จำเลยจึงใช้ปืนยิงป้องกันตัวไปพอสมควรแก่เหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ให้จำคุก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาปรึกษาแล้ว คดีมีข้อวินิจฉัยว่า การที่จำเลยใช้ปืนยิงนายสมพงษ์ถึงแก่ความตายนั้น เป็นการป้องกันตัว หรือเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ปรากฏตามคำพยานโจทก์ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุว่าจำเลยกับนายสมพงษ์ผู้ตายได้พูดจาท้าทายกันก่อนแล้วจึงเกิดต่อสู้กัน ทั้งนี้ เพราะจำเลยกับผู้ตายมีสาเหตุกันมาก่อน นายแจ้วพยานจำเลยก็ว่า ในตอนผู้ตายเข้าไปแทงจำเลย ผู้ตายร้องว่า แน่หรือ และจำเลยร้องว่า แน่ซี่ ซึ่งแสดงว่าได้มีการพูดเชิงท้าทายกันด้วย เป็นการเจือสมคำพยานโจทก์ในข้อสาเหตุเดิม จำเลยก็รับว่ามีจริง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ได้มีการท้าทายกันจริง และปรากฏว่าจำเลยมีบาดแผลถูกแทงที่บริเวณนอกราวนมขวาเป็นรอยผิวหนังขาดยาวประมาณ ๑ นิ้วครึ่ง กับที่แขนขวาด้านในยาวราว ๗ นิ้ว ลึกราว ๒ นิ้ว แสดงว่าผู้ตายแทงจำเลยไม่ได้ถนัด และนายอรุณพยานโจทก์ว่าผู้ตายบอกนายอรุณก่อนตายว่าแทงจำเลยได้ทีเดียว คดีมีเหตุผลเชื่อได้ว่าเหตุเกิดจากการท้าทายกัน แล้วผู้ตายแสดงกิริยาจะข้าทำร้ายจำเลย จำเลยได้ชักปืนยิงถูกผู้ตาย ๑ นัดก่อนที่ผู้ตายจะเข้าถึงตัว ครั้นเมื่อผู้ตายเข้าประชิดตัวจำเลยและแทงจำเลยได้ จำเลยก็ยิงถูกผู้ตายอีก ๓ นัด เมื่อเหตุเกิดจากการสมัครใจต่อสู้กัน จำเลยจะอ้างว่ากระทำเพื่อป้องกันตัวหาได้ไม่ พฤติการณ์ที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายเช่นนี้ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 277/2510 อัยการจังหวัดอ่างทอง โจทก์ นายเผื่อน เนตรไทย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดอ่างทอง · ล. - นายเผื่อน เนตรไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · มณี ชุติวงษ์ · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายอุดม บรรลือสินธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุณยเกียรติ อรชุนะกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 16867/2557ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 960/2559ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 4903/2562ฎีกา 2632/2529ฎีกา 8534/2544ฎีกา 4344/2561ฎีกา 4952/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา