⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 287/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกระทำที่ยังไม่บรรลุผลสำเร็จเนื่องจากเหตุอันไม่คาดคิด ถือเป็นเพียงการพยายามกระทำความผิด * การกระทำความผิดที่เกิดจากความคึกคะนองของเยาวชน อาจนำมาพิจารณาลดโทษได้

ย่อคำพิพากษา

คนร้ายปลดโคออกจากเกวียนแล้วปล่อยโคไว้แถวบริเวณที่เกวียนจอดนั้นเองเอาโคไปไม่ได้ เพราะผู้เสียหายกับชาวบ้านพากันมายังที่เกิดเหตุเกือบจะในทันที และตามบริเวณทุ่งนาใกล้ ๆ ก็ยังมีคนเกี่ยวข้าวอยู่เป็นอันมาก คนพวกนี้ได้คอยสกัดกั้นจำเลยไว้จนไม่สามารถจะนำโคไปได้ ต้องทิ้งไว้แล้วหนีเอาตัวรอด ความผิดของจำเลยจึงเป็นเพียงชั้นพยายามเท่านั้น จำเลย (อายุ 19 ปี) กับพวกรวม 3 คนปล้นทรัพย์ในเวลากลางวัน อันน่าจะทำไปด้วยความคนองตามประสาเด็กหนุ่ม ไม่ได้คิดและตระเตรียมการให้รอบคอบอย่างคนธรรมดาที่คิดจะทำการใหญ่เช่นนี้ ผลที่ได้รับก็คือ พวกของตนถูกยิงตายไป 1 คน ตัวเองก็ถูกยิงบาดเจ็บ ดังนี้ ศาลลดมาตราส่วนโทษให้ 1 ใน 3 ตามมาตรา 76 เป็นการสมควรแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.76 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ร่วมกันปล้นโคของนายไป๋ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ ซึ่งเป็นบทหนัก คดีส่วนตัวจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๒๘๘,๘๐ ลดมาตราส่วนโทษลง ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๖ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำพยานโจทก์ไม่ปรากฏว่า เมื่อคนร้ายปลดโค ๔ ตัว ออกจากเกวียน ๒ เล่มแล้ว ได้พาโคไปไกลเพียงใด จึงทิ้งโควิ่งหนี เมื่อพิเคราะห์พยานโจทก์ทุกปากแล้ว น่าเชื่อว่าคนร้ายปล่อยโคไว้แถวบริเวณที่เกวียนจอดนั้นเอง เหตุที่คนร้ายเอาโคไปไม่ได้ เพราะผู้เสียหายกับชาวบ้านพากันมายังที่เกิดเหตุเกือบจะในทันที เพราะที่เกิดเหตุห่างจากหมู่บ้านเพียง ๗ เส้นเท่านั้น และตามบริเวณทุ่งนาใกล้ ๆ ก็ยังมีคนขนข้าว เกี่ยวข้าวอยู่เป็นอันมาก คนพวกนี้ได้คอยสกัดกั้นจำเลยไว้จนไม่สามารถจะนำโคไปได้ ต้องทิ้งไว้แล้วหนีเอาตัวรอด ฉะนั้น ความผิดของจำเลยที่ ๑ เป็นเพียงขั้นพยายาม ปัญหาต่อไปมีว่า จะควรลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๗๖ หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ น่าจะไปด้วยความคนองตามประสาเด็กหนุ่มไม่ได้คิดและตระเตรียมการให้รอบคอบอย่างคนธรรมดาที่คิดจะทำการใหญ่เช่นนี้ ผลที่ได้รับก็คือพวกของตนถูกยิงตายไป ๑ คน ตัวเองก็ถูกยิงบาดเจ็บ ที่ศาลอุทธรณ์ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยผู้นี้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๖ เป็นการสมควรแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2510 อัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายบุยธรรม คำภิรานนท์ ที่ 1, นายสุวรรณหรืออุ้ย วิมล ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสระบุรี · ล. - นายบุยธรรม คำภิรานนท์ ที่ 1, นายสุวรรณหรืออุ้ย วิมล ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · ยง เหลืองรังษี · นิคม ชัยอาญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายภักดิ์ บุณยภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายทำนอง ดิศวนนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 472/2539ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529ฎีกา 5844/2552ฎีกา 674/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา