⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 443/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยมีเจตนาจะฆ่าผู้ตายอยู่ก่อนแล้ว และได้เตรียมการเพื่อการนั้นไว้ เมื่อมีเหตุการณ์ที่ผู้ตายมีท่าทีจะต่อสู้ จำเลยจึงยิงผู้ตายทันที ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยโกรธแค้นผู้ตายที่ลักกระบือของจำเลยวันเกิดเหตุ ผู้ตายเห็นจำเลยเดินผ่านไป จำเลยจึงกลับบ้านเอาปืนลูกซองออกติดตามผู้ตายไปถึงที่เกิดเหตุ ได้พูดกันถึงเรื่องที่กระบือหาย แล้วเกิดโต้เถียงกันขึ้น จำเลยได้ปลดปืนจากไหล่เตรียมยิงอยู่ก่อนแล้ว พอผู้ตายล้วงปืนออกมา จำเลยก็ยิงไปทันที พฤติกรณ์ดังนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตัว จำเลยย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๐๘ เวลากลางวัน จำเลยบังอาจใช้ปืนยิงนายโชติ สุรินทร์ โดยเจตนาฆ่า กระสุนปืนถูกศีรษะนายโชติถึงแก่ความตายทันที ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำเลยให้การว่า กระบือของจำเลยหายไป สืบทราบว่าผู้ตายเป็นคนลักจำเลยขอไถ่กระบือคืน ผู้ตายไม่ให้ จึงพูดท้าทายเกิดทะเลาะวิวาทกัน ผู้ตายชักปืนจะยิงจำเลย จำเลยจึงยิงผู้ตายไป ๑ นัด เพื่อป้องกันชีวิต กระสุนปืนของจำเลยถูกผู้ตายถึงแต่ความตาย ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยยิ่งผู้ตายขณะผู้ตายหันด้านข้างให้และกำลังล้วงกระเป๋าไม่ใช่ยิงขณะผู้ตายเอาปืนชี้จ้องมาทางจำเลย พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ วางโทษจำคุก ๑๕ ปี จำเลยเข้ามอบตัวและคำให้การชั้นสอบสวนชั้นศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๐ ปี ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกับผู้ตายเกิดท้าทายกัน ผู้ตายชักปืนจะยิงแต่จำเลยยิงไปเสียก่อน แล้ววินิจฉัยว่าการที่จำเลยยิงผู้ตายนั้นเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ เห็นว่า จำเลยโกรธแค้นผู้ตายที่ลักกระบือของจำเลย วันเกิดเหตุจำเลยเห็นผู้ตายเดินผ่านไป จำเลยจึงกลับบ้านเอาปืนลูกซองออกติดตามผู้ตายไปถึงที่เกิดเหตุ ได้พูดกันถึงเรื่องกระบือที่หายแล้วเกิดโต้เถียงกันขึ้น จำเลยได้ปลดปืนจากไหล่เตรียมยิงอยู่ก่อนแล้ว พอผู้ตายล้วงปืนออกมา จำเลยก็ยิงไปทันที ที่จำเลยต่อสู้ว่าผู้ตายชักปืนออกมาก่อนจำเลยจึงลดปืนจากไหล่นั้น ไม่น่าเชื่อ ถ้าเป็นดังจำเลยว่า จำเลยต้องถูกยิงก่อนโดยไม่ต้องสงสัย เพราะปืนของผู้ตายเป็นปืนสั้น สามารถใช้ยิงได้คล่องแคล่วกว่าปืนยาวลูกซองของจำเลย พฤติการณ์ดังนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตัว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2510 อัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์ นายสร้อย ดินดอนทราย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพิจิตร · ล. - นายสร้อย ดินดอนทราย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · ยง เหลืองรังษี · นิคม ชัยอาญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายพิบูลย์ วัฒนสุนทร · ศาลอุทธรณ์ - นายฉัตร รัตนทัศนีย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา