⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 822/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันภยันตรายอันเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยจำเลยได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุ จะเข้าทำร้ายจำเลย จำเลยยิงปืนลงพื้นดิน 1 นัด เพื่อขู่ให้ผู้ตายกลัว แต่ผู้ตายก็หาหยุดยั้งไม่ เข้ากอดปล้ำ ใช้แขนรัดคอและแย่งปืนจำเลย จำเลยจึงยิงผู้ตายไป ขณะนั้นเป็นเวลาชุลมุน ย่อมไม่สามารถรู้ได้ว่า ยิงนัดแรกถูกผู้ตายตรงไหนจึงยิงซ้ำอีก 1 นัด มิฉะนั้นจำเลยอาจถูกผู้ตายรัดคอจนหายใจไม่ออก จำเลยตัวเล็กกว่าทั้งอายุมากกว่าผู้ตาย ๆ อาจแย่งปืนของจำเลยแล้วใช้ปืนนั้นยิงจำเลยก็ได้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันภยันตรายพอสมควรแก่เหตุ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายบุญมา วรภูมิ ที่ศีรษะ ๒ นัด โดยเจตนาฆ่าขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าผู้ตายไม่มีอาวุธอะไรเข้ากอดปล้ำจำเลยด้วยมือเปล่าจำเลยใช้ปืนซึ่งเป็นอาวุธที่ร้ายแรงยิงผู้ตาย เป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๖๙ ให้จำคุก ๖ ปี ลดโทษตามมาตรา ๗๘ ให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๔ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุจะเข้าทำร้ายจำเลยด้วยความเมาจำเลยมิได้มีเจตนาจะทำร้ายผู้ตาย จำเลยยิงปืนนัดแรกก็ยิงลงพื้นดินเพื่อขู่ให้ผู้ตายกลัวแต่ผู้ตายก็หาหยุดยั้งไม่ เข้ากอดปล้ำใช้แขนรัดคอและจะแย่งปืนจำเลย จำเลยจึงต้องยิงผู้ตายไป ขณะนั้นเป็นเวลาชุลมุน ย่อมไม่สามารถจะรู้ได้ว่ายิงนัดแรกแล้วถูกผู้ตายตรงไหนจึงต้องยิงซ้ำอีก ๑ นัด มิฉะนั้นจำเลยอาจถูกผู้ตายรัดคอจนหายใจไม่ออก จำเลยตัวเล็กกว่าทั้งอายุมากกว่าผู้ตาย ๆ อาจแย่งปืนของจำเลยแล้วใช้ปืนนั้นยิงจำเลยก็ได้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันภยันตรายพอสมควรแก่เหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาชอบแล้ว พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2510 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นางโอ่ง วรภูมิ โจทก์ร่วม นายแดง ทิพยอาสน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · โจทก์ร่วม - นางโอ่ง วรภูมิ · จำเลย - นายแดง ทิพยอาสน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · ยง เหลืองรังษี · นิคม ชับอาญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายสานอง โชติเชย · ศาลอุทธรณ์ - นายกิ่ง ศาลิคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา