⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 860/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าพนักงานที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ย่อมถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายนั้น แม้การกระทำนั้นจะนอกเหนือไปจากข้อตกลงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนแล้วว่าโจทก์ฝ่ายเดียวเป็นผู้นำเจ้าพนักงานแผนที่ไปทำการรังวัดเพื่อกำหนดเขตที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมระหว่างโจทก์จำเลย จึงเห็นได้ว่าการกระทำของเจ้าพนักงานก็ต้องอยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์ทั้งสิ้น และเมื่อปรากฏว่าได้มีการปักหลักลงในคูพิพาทอันเป็นการนอกเหนือเกินกว่าที่ปรากฏในสัญญายอม แม้โจทก์อ้างว่าเจ้าพนักงานแผนที่เป็นผู้สั่งให้ปักก็ตาม ก็ถือว่าอยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์ ข้อเท็จจริงในสำนวนจึงพอที่ศาลจะสั่งได้ ไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีเนื่องจากโจทย์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ ต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลว่า โจทก์จำเลยตกลงให้คูพิพาทเป็นกรรมสิทธิคนละครึ่งจากหลัก ล.ม.๑ ถึงหลักคอนกรีต ๒๕๙๕๕ ให้ขึงเส้นตรง โจทก์จำเลยถือเอาเส้นตรงนี้เป็นแนวเขต ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญายอมความ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ร้องต่อศาลว่าโจทก์ละเมิดเอาไม้แก่นปักในกลางลำคู จำเลยใช้เรือเข้าออกคูพิพาทไม่ได้ เมื่อศาลเรียกโจทก์มาสอบถามโจทก์แถลงว่าปักหลักตามคำสั่งของเจ้าพนักงานผู้ทำการรังวัด จำเลยว่าการปักหลักเป็นการผิดสัญญายอม ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์รื้อเสาในคูออกให้หมดภายใน ๗ วัน ถ้าโจทก์ไม่ปฏิบัติให้จำเลยมีสิทธิรื้อถอนเองได้ ฯลฯ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงที่ว่า เจ้าพนักงานแผนที่สั่งให้โจทก์ปักหลักในลำคูจริงหรือไม่ และเป็นการจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องปักหลักเขตในคู และพิเคราะห์สั่งใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนแล้วว่า โจทก์ฝ่ายเดียวเป็นผู้นำเจ้าพนักงานแผนที่ไปทำการรังวัดเพื่อกำหนดเขตที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอม จึงเห็นได้ว่าการกระทำใด ๆ ของเจ้าพนักงานก็ต้องอยู่ในความรับผิดชอบของโจทก์ทั้งสิ้น และเมื่อปรากฏว่าได้มีการปักหลักลงในคูพิพาท อันเป็นการนอกเหนือเกินกว่าที่ปรากฏในสัญญายอม แม้โจทก์จะอ้างว่าเจ้าพนักงานเป็นผู้สั่งให้ปักก็ตาม ก็ถือว่าอยู่ในความรับผิดของโจทก์ ข้อเท็จจริงในสำนวนจึงมีพอที่ศาลจะสั่งได้ ไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวน และศาลมีอำนาจสั่งให้โจทก์รื้อถอนหลักเหล่านั้นได้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2510 นายพรหม เนียรมงคล โจทก์ นายเฮง ธิกุล ที่ 1 นางทองหยิบ ธิกุล ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพรหม เนียรมงคล · จำเลย - นายเฮง ธิกุล ที่ 1 นางทองหยิบ ธิกุล ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถม สิริสาลี · ชิต บุณยประภัศร · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส พ่วงภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 9028/2542ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1280/2505ฎีกา 5285/2537ฎีกา 1065/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา