⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1029-1030/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1029-1030/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ข้อพิพาทที่ศาลไม่ได้ยกขึ้นพิจารณาและคู่ความมิได้โต้แย้ง ย่อมเป็นอันระงับไม่มีข้อพิพาท. - การพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นซึ่งต้องให้ดะโต๊ะยุติธรรมนั่งพิจารณาพร้อมด้วยผู้พิพากษา และดะโต๊ะยุติธรรมมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามและลงลายมือชื่อในคำพิพากษา หมายถึงเฉพาะคำพิพากษาที่วินิจฉัยตามข้อกฎหมายอิสลามเท่านั้น. - หากคดีมีประเด็นข้อพิพาททั้งที่เกี่ยวกับและไม่เกี่ยวกับกฎหมายอิสลาม การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอิสลาม จะมีผลเฉพาะข้อพิพาทที่ต้องใช้กฎหมายอิสลามเท่านั้น ส่วนข้อพิพาทอื่นที่มิใช่กฎหมายอิสลาม ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะวินิจ

ย่อคำพิพากษา

ข้อที่โจทก์ฟ้องว่าได้ครอบครองที่พิพาทเป็นส่วนสัด เมื่อศาลมิได้ยกขึ้นเป็นประเด็นข้อพิพาท และคู่ความมิได้โต้แย้งย่อมเป็นอันระงับไม่มีข้อพิพาท คดีแพ่งระหว่างอิสลามศาสนิกในเขตจังหวัดนราธิวาส ใช้กฎหมายอิสลามบังคับเฉพาะแต่กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกซึ่งใช้บังคับแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นซึ่งต้องให้ดะโต๊ะยุติธรรมหนึ่งนายนั่งพิจารณาพร้อมด้วยผู้พิพากษา และดะโต๊ะยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามและลงลายมือชื่อในคำพิพากษาด้วยนั้น หมายถึงเฉพาะลงลายมือชื่อในคำพิพากษาที่พิพากษาตามคำวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลาม คดีมีประเด็นข้อพิพาททั้งที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายอิสลามและไม่เกี่ยวปะปนกัน เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษามาโดยไม่มีดะโต๊ะยุติธรรมร่วม ย่อมไม่ชอบเฉพาะแต่ข้อพิพาทที่ต้องใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกเท่านั้น ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทอื่น ซึ่งมิใช่ข้อกฎหมายอิสลาม เพราะกระบวนพิจารณาและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในประเด็นข้ออื่นหาเสื่อมเสียไม่ ต่อเมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็จข้ออื่นแล้วคดียังไม่ยุติ ยังมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามกฎหมายอิสลามต่อไป จึงจำเป็นที่การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นในประเด็นดังกล่าวต้องดำเนินตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามฯ เมื่อศาลอุทธรณ์ด่วนยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยไม่วินิจฉัยประเด็นข้ออื่น ซึ่งไม่เกี่ยวกับกฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดก ศาลฎีกาย่อมพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ตามแนวข้อวินิจฉัยของศาลฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ม.3 พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ม.4 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.3 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พ.ศ.2477 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษาร่วมกัน โดยโจทก์ฟ้องขอแบ่งแยกที่ดินมรดกนายหะมะ บิดานางสีเยาะ โจทก์ สามีนางวาแมะ โจทก์ อ้างว่าโจทก์จำเลยและทายาทได้ตกลงประนีประนอมต่อหน้าโต๊ะอิหม่ำเป็นหนังสือ แล้วได้ครอบครองเป็นส่วนสัด จำเลยต่อสู้ว่า บิดาจำเลยครอบครองที่พิพาทแต่ผู้เดียว โต๊ะอิหม่ำแบ่งมรดกไม่ถูกกฎหมายอิสลาม โจทก์ไม่มีสิทธิรับมรดก จำเลยมิได้ลงชื่อในสัญญาแบ่งมรดกและบอกล้างแล้ว จำเลยครอบครองที่พิพาทฝ่ายเดียว คดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็น ๖ ข้อพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นของนายหะมะตกเป็นมรดก การแบ่งมรดกทำโดยชอบด้วยกฎหมายอิสลาม จำเลยไม่มีสิทธิบอกล้าง ทายาทได้ครอบครองที่พิพาทร่วมกันมา คดีไม่ขาดอายุความสัญญาแบ่งมรดกบังคับได้ จำเลยบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายอิสลามแล้ว สัญญาแบ่งมรดกจึงสมบูรณ์ พิพากษาให้จำเลยไปทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ปรึกษาว่า โจทก์จำเลยเป็นอิสลามศาสนิกในเขตจังหวัดนราธิวาส คดีนี้เป็นคดีมรดก การพิจารณาในศาลชั้นต้นต้องมีดะโต๊ะยุติธรรมนั่งพิจารณาร่วม มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามและลงชื่อในคำพิพากษาด้วย แต่ในสำนวนไม่ปรากฏ การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีระหว่างอิสลามศาสนิกในเขตจังหวัดนราธิวาส แต่การใช้กฎหมายอิสลามบังคับ ก็ใช้เฉพาะกฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกซึ่งใช้บังคับแทนบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลาและสตูล พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๓ ส่วนที่ว่าการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นต้องมีดะโต๊ะยุติธรรมนายหนึ่งนั่งพิจารณาพร้อมด้วยผู้พิพากษา และดะโต๊ะยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยชี้ขาดกฎหมายอิสลาม และลงลายมือชื่อในคำพิพากษาด้วยนั้น ตามมาตรา ๔ บัญญัติให้ดะโต๊ะยุติธรรมลงชื่อในคำพิพากษาที่พิพากษาตามคำวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามด้วยเท่านั้น คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาททั้งที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายอิสลามและที่มิใช่ข้อกฎหมายอิสลามปะปนกัน เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีมาโดยไม่มีดะโต๊ะยุติธรรมร่วมและวินิจฉัยลงชื่อด้วย การพิจารณาพิพากษาไม่ชอบก็เฉพาะแต่ข้อพิพาทที่ต้องใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกซึ่งต้องมีดะโต๊ะยุติธรรมวินิจฉัยและลงชื่อในคำพิพากษาเท่านั้น การพิจารณาพิพากษาในประเด็นข้ออื่นหาอยู่ในบังคับที่ต้องมีดะโต๊ะยุติธรรมร่วมด้วยไม่ ศาลอุทธรณ์ด่วนยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นทั้งหมด รวมทั้งในประเด็นที่มิใช่การวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามด้วย จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลอุทธรณ์ขอบที่จะวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยและมาสู่ศาลอุทธรณ์ในข้อที่ว่าที่พิพาทเป็นของนายหะมะตกเป็นมรดกดังฟ้อง หรือเป็นของบิดาจำเลยครอบครองมาดังจำเลยต่อสู้และการแบ่งมรดกนี้ได้ทำโดยสัญญา สัญญานี้ใช้บังคับได้หรือไม่เพราะจำเลยต่อสู้ว่า จำเลยยังเป็นผู้เยาว์และได้บอกล้างแล้ว ทั้งไม่มีลายมือชื่อจำเลยด้วย และคดีขาดอายุความแล้วหรือไม่ ประเด็นข้อพิพาทเหล่านี้มิใช่ข้อกฎหมายอิสลาม แม้ดะโต๊ะยุติธรรมมิได้ร่วมพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ก็ไม่ทำให้กระบวนพิจารณาและคำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อนี้เสื่อมเสีย ส่วนประเด็นที่ว่า โจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทตามหนังสือแบ่งมรดกเป็นส่วนสัดนั้น ศาลชั้นต้นมิได้ยกขึ้นเป็นประเด็น และโจทก์จำเลยมิได้โต้แย้งจึงระงับ ต่อเมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นเหล่านี้แล้ว คดียังไม่ยุติ ยังมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยแบ่งมรดกตามกฎหมายอิสลามต่อไป จึงจำเป็นที่การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นในประเด็นข้อนี้ต้องดำเนินตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามฯ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ตามแนวข้อวินิจฉัยข้างต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1029 - 1030/2511 นางลีเยาะ ปินหะมะ (หม้าย) โจทก์ นายยา ปินฮำเชาะ ล. นางวาแมะ ปินเจ๊ะมะ (หม้าย) โจทก์ (นายยา ปินฮำเชาะ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางลีเยาะ ปินหะมะ (หม้าย) · ล. - นายยา ปินฮำเชาะ · โจทก์ - นางวาแมะ ปินเจ๊ะมะ (หม้าย) · ล. - (นายยา ปินฮำเชาะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายกุดั่น กลัมพากร · ศาลอุทธรณ์ - นายผล พิทักษ์ผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2909/2524ฎีกา 356/2530ฎีกา 13107/2556ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 2076/2542ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1339/2499ฎีกา 685/2550ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา