⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1601/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1601/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของแพทย์ตามรายงานชันสูตรบาดแผลว่าต้องรักษาประมาณ 35 วัน เพียงพอที่จะรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส โดยไม่ต้องสืบพยานเพิ่มเติมว่าผู้เสียหายต้องทนทุกขเวทนาประกอบกรณียกิจไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน

ย่อคำพิพากษา

ตามรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ประกอบบันทึกคำฟ้องด้วยวาจาที่อ้างว่า บาดแผลของผู้เสียหายซึ่งได้รับเป็นอันตรายสาหัสนี้ปรากฏว่า ผู้เสียหายได้รับอันตรายถึงกระดูกเชิงกรานขวาหัก กระดูกไหปลาร้าเคลื่อน กระดูกซี่โครงแถวขวาหัก นายแพทย์ผู้ตรวจลงความเห็นว่า จะต้องรักษาประมาณ 35 วัน ดังนี้แม้โจทก์จะนำคดีมาฟ้องหลังเกิดเหตุเพียง 6 วันแต่ตามรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ดังกล่าวนี้เป็นที่เห็นได้ว่า ในระหว่างการรักษาตัวประมาณ 35 วันนั้นผู้เสียหายจะต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาหรือประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ฉะนั้นเมื่อพิจารณาบันทึกคำฟ้องประกอบรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ดังกล่าว ก็เพียงพอที่จะรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสแล้ว โจทก์หาจำเป็นต้องนำพยานสืบประกอบว่า ผู้เสียหายต้องทนทุกขเวทนาประกอบกรณียกิจไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันจริงอีกไม่ (อ้างฎีกาที่ 195/2510)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถโดยประมาทชนผู้เสียหายล้มลงบาดเจ็บสาหัสทนทุกขเวทนา ประกอบกรณียกิจไม่ได้เกินกว่า ๒๐ วันโดยต้องรักษาตัว ๓๕ วัน ได้รับบาดเจ็บกระดูกเชิงกราน กระดูกชายโครงหัก กระดูกไหปลาร้าเคลื่อน ดังรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗มาตรา ๒๙(๔), ๖๖ พระราชบัญญัติจราจรทางบกแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๔พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗, ๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙(๔), ๖๖ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗, ๑๓ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๐ ให้จำคุกจำเลยหนึ่งปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๐ ซึ่งเป็นเรื่องการกระทำผิดโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ต้องทนทุกขเวทนาประกอบกรณียกิจไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน และตามผลของการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ปรากฏว่าผู้เสียหายจะต้องรักษาตัวประมาณ ๓๕ วัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๑๐ เวลากลางคืน แพทย์ได้ทำการตรวจชันสูตรบาดแผลของผู้เสียหายในคืนนั้นเอง หลังจากเกิดเหตุ ๖ วัน ผู้ว่าคดีได้นำตัวจำเลยมาฟ้องด้วยวาจาและจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องผู้ว่าคดีไม่ได้นำพยานมาสืบประกอบว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสต้องทนทุกข์เวทนาประกอบกรณียกิจไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันจริงตามผลของการตรวจบาดแผลของแพทย์หรือไม่ ดังนั้นการที่จำเลยได้ให้การรับสารภาพในข้อหาฐานกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส จึงเป็นการให้การรับสารภาพนอกเหนือความจริง จะลงโทษจำเลยไม่ได้ คดีฟังลงโทษจำเลยได้เพียงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๐ เท่านั้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๐ ให้ปรับจำเลย ๕๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพโดยดี ปรานีลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลย ๒๕๐ บาท จำเลยต้องขังมาพอแก่โทษแล้วให้ปล่อยตัวจำเลยไป นอกจากที่แก้นี้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ประกอบบันทึกคำฟ้องด้วยวาจาที่อ้างว่าบาดแผลของผู้เสียหาย ซึ่งได้รับเป็นอันตรายสาหัสนั้นปรากฏว่า ผู้เสียหายได้รับอันตรายถึงกระดูกเชิงกรานขวาหัก กระดูกไหปลาร้าขวาเคลื่อน กระดูกซี่โครงแถบขวาหัก นายแพทย์ผู้ตรวจลงความเห็นว่าจะต้องรักษาประมาณ ๓๕ วัน ตามรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ดังกล่าวนี้เป็นที่เห็นได้ว่า ในระหว่างการรักษาตัวประมาณ ๓๕ วันนั้นผู้เสียหายจะต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนา หรือประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ฉะนั้น เมื่อพิจารณาบันทึกคำฟ้องประกอบรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ดังกล่าวก็เพียงพอที่จะรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสแล้ว โจทก์หาจำเป็นต้องนำพยานสืบประกอบว่า ผู้เสียหายต้องทนทุกขเวทนาประกอบกรณียกิจไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันจริงอีกไม่ ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๕/๒๕๑๐ พิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลแขวงพระนครเหนือ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1601/2511 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นายอนันต์ นันทภักดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นายอนันต์ นันทภักดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · ชิต บุณยประภัศร · แสวง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายสัมพันธ์ น้อยสง่า · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส ศรีวรรธนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2278/2525ฎีกา 328/2466ฎีกา 704/2472ฎีกา 688/2467ฎีกา 3863/2525ฎีกา 1814/2539ฎีกา 3/2483ฎีกา 4678/2555ฎีกา 108/2473ฎีกา 5494/2534ฎีกา 16572/2555ฎีกา 3825/2528ฎีกา 4573/2528ฎีกา 1001/2464ฎีกา 1002/2467ฎีกา 943/2481ฎีกา 52/2513ฎีกา 392/2512ฎีกา 640/2464ฎีกา 796/2471ฎีกา 6505/2555ฎีกา 546/2468ฎีกา 73/2466ฎีกา 10544/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา