⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1912/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1912/2511

ป.อาญา ม.68, 288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการป้องกันตนเองให้พ้นภยันตรายที่ใกล้จะถึงและเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นสิทธิของบุคคลนั้น หากการกระทำนั้นพอสมควรแก่เหตุแล้ว ถือว่าไม่เป็นความผิด

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายถือปืนจ้องไปที่จำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 เข้าใจว่าผู้ตายจะยิงทำร้ายจำเลยที่ 1 จึงจับปืนผลักผู้ตายเซหมุนตัวไป แล้วแทงถูกด้านหลังผู้ตาย การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการป้องกันตัวให้พ้นภยันตรายที่จะได้รับและพอสมควรแก่เหตุ เมื่อจำเลยที่ 1 แทงแล้วก็วิ่งหนี ผู้ตายถือปืนไล่ยิงจำเลยที่ 1 พอผ่านจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงใช้มีดแทงกลางหลังผู้ตายอีก 1 ที การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการป้องกันมิให้จำเลยที่ 1 ได้รับภยันตรายจากการที่ผู้ตายจะยิงจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุเช่นเดียวกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบังอาจร่วมกันใช้มีดพกเป็นอาวุธแทงทำร้ายผู้ตายโดยมีเจตนาจะฆ่า ผู้ตายถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และขอให้ริบมีด ปลอกมีดของกลาง จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่ากระทำโดยป้องกันตัว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยทั้งสองแทงผู้ตายโดยเจตนาจะฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘แต่เฉพาะจำเลยที่ ๑ กระทำโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๒ ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนดสิบปี จำเลยที่ ๒มีกำหนด ๑๕ ปี ของกลางริบ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ตายถือปืนจ้องไปที่จำเลยที่ ๑ เป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ เข้าใจว่าผู้ตายจะยิงทำร้าย จำเลยที่ ๑ จึงจับปืนผลักผู้ตายเซหมุนตัวไปแล้วแทงถูกด้านหลังผู้ตาย การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นการป้องกันตัวให้พ้นภยันตรายที่จะได้รับและพอสมควรแก่เหตุ เมื่อจำเลยที่ ๑ แทงแล้วก็วิ่งหนี ผู้ตายถือปืนไล่ยิงจำเลยที่ ๑ พอผ่านจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จึงใช้มีดแทงกลางหลังผู้ตายอีก ๑ ที การกระทำของจำเลยที่ ๒ จึงเป็นการป้องกันมิให้จำเลยที่ ๑ ได้รับภยันตรายจากการที่ผู้ตายจะยิงจำเลยที่ ๑ จึงเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุเช่นเดียวกัน พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นของกลางคืนจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1912/2511 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายแบน หรือแปว จงกระโทก ที่ 1 นายบุญ กำกระโทก ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายแบน หรือแปว จงกระโทก ที่ 1 นายบุญ กำกระโทก ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุปผเวส · สวิง ลัดพลี · ประสม เภกะสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนคราชสีมา - นายไกร บญญ+ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรอง อมะรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 16867/2557ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 960/2559ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 4903/2562ฎีกา 2632/2529ฎีกา 8534/2544ฎีกา 4344/2561ฎีกา 4952/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา