คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1912/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการป้องกันตนเองให้พ้นภยันตรายที่ใกล้จะถึงและเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นสิทธิของบุคคลนั้น หากการกระทำนั้นพอสมควรแก่เหตุแล้ว ถือว่าไม่เป็นความผิด
ย่อคำพิพากษา
ผู้ตายถือปืนจ้องไปที่จำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 เข้าใจว่าผู้ตายจะยิงทำร้ายจำเลยที่ 1 จึงจับปืนผลักผู้ตายเซหมุนตัวไป แล้วแทงถูกด้านหลังผู้ตาย การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการป้องกันตัวให้พ้นภยันตรายที่จะได้รับและพอสมควรแก่เหตุ
เมื่อจำเลยที่ 1 แทงแล้วก็วิ่งหนี ผู้ตายถือปืนไล่ยิงจำเลยที่ 1 พอผ่านจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงใช้มีดแทงกลางหลังผู้ตายอีก 1 ที การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการป้องกันมิให้จำเลยที่ 1 ได้รับภยันตรายจากการที่ผู้ตายจะยิงจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุเช่นเดียวกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบังอาจร่วมกันใช้มีดพกเป็นอาวุธแทงทำร้ายผู้ตายโดยมีเจตนาจะฆ่า ผู้ตายถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และขอให้ริบมีด ปลอกมีดของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่ากระทำโดยป้องกันตัว
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยทั้งสองแทงผู้ตายโดยเจตนาจะฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘แต่เฉพาะจำเลยที่ ๑ กระทำโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๒ ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนดสิบปี จำเลยที่ ๒มีกำหนด ๑๕ ปี ของกลางริบ
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ตายถือปืนจ้องไปที่จำเลยที่ ๑ เป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ เข้าใจว่าผู้ตายจะยิงทำร้าย จำเลยที่ ๑ จึงจับปืนผลักผู้ตายเซหมุนตัวไปแล้วแทงถูกด้านหลังผู้ตาย การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นการป้องกันตัวให้พ้นภยันตรายที่จะได้รับและพอสมควรแก่เหตุ เมื่อจำเลยที่ ๑ แทงแล้วก็วิ่งหนี ผู้ตายถือปืนไล่ยิงจำเลยที่ ๑ พอผ่านจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จึงใช้มีดแทงกลางหลังผู้ตายอีก ๑ ที การกระทำของจำเลยที่ ๒ จึงเป็นการป้องกันมิให้จำเลยที่ ๑ ได้รับภยันตรายจากการที่ผู้ตายจะยิงจำเลยที่ ๑ จึงเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุเช่นเดียวกัน
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นของกลางคืนจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1912/2511
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายแบน หรือแปว จงกระโทก ที่ 1 นายบุญ กำกระโทก ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายแบน หรือแปว จงกระโทก ที่ 1 นายบุญ กำกระโทก ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ บุปผเวส · สวิง ลัดพลี · ประสม เภกะสุต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนคราชสีมา - นายไกร บญญ+ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรอง อมะรักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา