⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 360/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 360/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาแบ่งทรัพย์มรดกมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย และการฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตามสัญญาแบ่งทรัพย์มรดกนั้น ไม่ใช่การฟ้องขอแบ่งมรดก จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับอายุความมรดก

ย่อคำพิพากษา

สัญญาแบ่งทรัพย์มรดกมีผลบังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1750 ฟ้องบรรยายว่าบรรดาทายาทนำพินัยกรรมไปให้เจ้าพนักงานอำเภอเปิดและยินยอมทำบันทึกประนีประนอมแบ่งทรัพย์ตามพินัยกรรมระหว่างทายาท โจทก์ได้ที่ดินแปลงพิพาท ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ดังนี้ เป็นการฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ตามสัญญาแบ่งทรัพย์ และเมื่อทำสัญญาแล้ว โจทก์ก็ครอบครองที่พิพาทตลอดมา เมื่อโจทก์ไม่ได้ฟ้องขอแบ่งมรดก จำเลยจึงอ้างเอาอายุความมรดกมาบังคับแก่คดีไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1750 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1755

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของนายครุฑ และนายสมคิดซึ่งเกิดจากนายนาค นายนาคทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้ทายาทรวม ๘ คน ทายาทนำพินัยกรรมไปให้เจ้าพนักงานอำเภอเปิด ได้ยินยอมทำบันทึกประนีประนอมแบ่งทรัพย์กัน นายครุฑ นายสมคิดได้รับมรดกที่ดิน ๑ แปลง ตามข้อตกลงบันทึกมอบให้จำเลยจัดการยื่นคำร้องขอรับมรดกต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอ โดยใส่ชื่อนายครุฑนายสมคิดแทนเจ้ามรดก จำเลยไม่จัดการดังกล่าว โจทก์จึงได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอ จำเลยได้มอบให้นายกวียื่นคำคัดค้าน ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทตามแบบแจ้งการครอบครองเลขที่ ๖๙ ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ เป็นกรรมสิทธิ์ของนายครุฑนายสมคิด ฯลฯ จำเลยให้การว่า ที่พิพาทจำเลยครอบครองด้วยเจตเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว การที่จำเลยยอมให้เจ้าหน้าที่อำเภอบันทึก ก็เพราะถูกนายแลและนางพิศหลอกลวง บันทึกพินัยกรรมไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความมรดกและอายุความละเมิด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บันทึกนั้นศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นสัญญาแบ่งทรัพย์ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ สัญญาแบ่งทรัพย์นี้ศาลฎีกาเห็นว่ามีผลบังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๐ และตามฟ้องของโจทก์ก็เป็นการฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ตามสัญญาแบ่งทรัพย์มรดก อนึ่ง เมื่อทำสัญญากันแล้วโจทก์ก็ได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมา โจทก์หาได้ฟ้องขอแบ่งมรดกดังที่จำเลยฎีกาขึ้นมาไม่ จำเลยจะอ้างเอาอายุความมรดกมาบังคับแก่คดีไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 360/2511 เด็กชายครุฑ บัลลังก์นาค ที่ 1 เด็กชายสมคิด บัลลังก์นาค ที่ 2 โดยนาง น้อยหรือพิศ บัลลังก์นาค มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นายเฉลียว บัลลังก์นาค ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโดยนาง - เด็กชายครุฑ บัลลังก์นาค ที่ 1 เด็กชายสมคิด บัลลังก์นาค ที่ 2 · โจทก์ - น้อยหรือพิศ บัลลังก์นาค มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม · ล. - นายเฉลียว บัลลังก์นาค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · โพยม เลขยานนท์ · เฉลิม ทัตภิรมย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายดำรง อุณหวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิ เหตุทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1286/2510ฎีกา 2603/2530ฎีกา 712-713/2520ฎีกา 4260/2541ฎีกา 7200/2540ฎีกา 865/2510ฎีกา 2478/2517ฎีกา 1368/2510ฎีกา 277/2485ฎีกา 2843/2546ฎีกา 194/2543ฎีกา 6549/2542ฎีกา 994/2485ฎีกา 8371/2557ฎีกา 802/2511ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 58/2531ฎีกา 134/2513ฎีกา 3886/2566ฎีกา 1330/2518ฎีกา 1256/2518ฎีกา 1249/2493ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา