⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1026/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีถึงที่สุดโดยมิได้วินิจฉัยในประเด็นที่พิพาท และพิพากษาให้ยกฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ ย่อมทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องคดีใหม่ได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด.

ย่อคำพิพากษา

คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 187/2507 ของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีถึงที่สุด แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยในประเด็นที่พิพาท และได้พิพากษาในคดีก่อนให้ยกฟ้องเสีย โดยไม่ตัดสิทธิของโจทก์มาฟ้องใหม่ ส่วนประเด็นแห่งคดีก็เป็นการฟ้องคดีเพื่อเอาคืน ซึ่งการครอบครอง ในคดีแรกยังอยู่ภายในระยะเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375 และมาฟ้องคดีหลังก็เนื่องจากศาลอนุญาตให้มาฟ้องใหม่ ก็ต้องถือว่าโจทก์ใช้สิทธิฟ้องร้องโดยถูกต้องมาแล้ว มาฟ้องคดีนี้ซึ่งเป็นการฟ้องต่อเนื่องกัน หลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 174 เอามาใช้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่อายุความ โจทก์ถูกแย่งการครอบครองตั้งแต่พฤษภาคม 2507 และโจทก์ฟ้องคดีเรื่องก่อนเมื่อ 7 สิงหาคม 2507 คดีถึงที่สุดโดยศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีเรื่องก่อนเมื่อ 5 ตุลาคม 2508 ให้ยกฟ้องโจทก์ โดยไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2508 ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องได้ (โดยมติที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 12/2512)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.163 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.174 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยในคดีดำที่ ๑๖๕/๒๕๐๗ แดงที่ ๑๘๗/๒๕๐๗ ของศาลชั้นต้น ในข้อหาว่าจำเลยบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ คดีถึงที่สุดโดยศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าศาลชั้นต้นพิพากษานอกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์มาฟ้องใหม่ โจทก์จึงฟ้องใหม่ว่าจำเลยบุกรุกที่ดินโจทก์ ทำลายคันนา ฯลฯ ขอให้พิพากษาว่า ที่พิพาทที่จำเลยบุกรุกเป็นที่โจทก์ ให้ใช้ค่าเสียหาย ฯลฯ จำเลยให้การว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นสิทธิของโจทก์ ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ถึงแม้ว่าคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๗/๒๕๐๗ ของศาลชั้นต้นนั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาถึงที่สุดแล้วก็ตาม แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยในประเด็นที่พิพาท และได้พิพากษาในคดีก่อนให้ยกคำฟ้องเสียโดยไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘) ประเด็นแห่งคดีนี้เป็นการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครอง ในคดีแรกยังอยู่ภายในระยะเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ และมาฟ้องคดีหลังก็เนื่องจากศาลอนุญาตให้มาฟ้องใหม่ ก็ต้องถือว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิฟ้องร้องโดยถูกต้องมาแล้ว มาฟ้องคดีนี้ก็เป็นการต่อเนื่องกัน หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๗๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เอามาใช้ไม่ได้เพราะไม่ใช่อายุความ โจทก์ถูกแย่งการครอบครองตั้งแต่พฤษภาคม ๒๕๐๗ และโจทก์ฟ้องคดีเรื่องก่อนเมื่อ ๗ สิงหาคม ๒๕๐๗ คดีถึงที่สุดโดยศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีเรื่องก่อนเมื่อ ๔ ตุลาคม ๒๕๐๘ ให้ยกฟ้องโจทก์ โดยไม่ตัดสิทธิขอบโจทก์ที่จะนำมาคำฟ้องมายื่นใหม่ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2512 นายถิต ศรีสุริโย โจทก์ นายจำปา พอมี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายถิต ศรีสุริโย · จำเลย - นายจำปา พอมี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไฉน บุญยก · สุธี โรจนธรรม · วิริยะ เกิดศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายสมริด นิลกำแพง · ศาลอุทธรณ์ - นายสหัส ดีลกแพทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 4549/2540ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2228/2531ฎีกา 1131/2502ฎีกา 156/2513ฎีกา 4484/2536ฎีกา 226/2532ฎีกา 1003/2521ฎีกา 2404/2530ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา