⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1295/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1295/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รถแทรกเตอร์ที่ผลิตขึ้นสำหรับใช้ในการเกษตรโดยแท้ แม้จะเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ก็ยังคงสภาพเป็นเครื่องจักรที่ใช้ในการเกษตร และส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ของเครื่องจักรที่ใช้ในการเกษตรหรืออุตสาหกรรมที่สั่งเข้ามาสำรองไว้เพื่อจำหน่าย ก็ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเช่นเดียวกับตัวเครื่องจักร

ย่อคำพิพากษา

รถแทรกเตอร์และสินค้าเครื่องอะไหล่ที่โจทก์สั่งจากต่างประเทศเข้ามารจำหน่ายในประเทศไทย จะเป็นเครื่องจักร ส่วนประกอบ และอุปกรณ์เครื่องจักรใช้ในการเกษตรและการอุตาหรรมหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งจะต้องพิจารณาจากสภาพของวัตถุสินค้านั้น ๆ ตลอดจนข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์สั่งรถแทรกเตอร์และสินค้านั้นมาจำหน่ายให้แก่ผู้ใด และผู้ซื้อซื้อไปใช้ในกิจการอย่างใด รถแทรกเตอร์ขนาดเล็กเหมาะสมแก่งานไร่นาขนาดย่อม ผลิตขึ้นสำหรับใช้ในการทำไร่ไถนา มีที่นั่ง เดียวสำหรับผู้ขับ ไม่มีสภาพเป็นยานพาหนะ โจทก์สั่งมาจำหน่ายแก่ชาวไร่และเคยขายให้แก่ทางราชการนำไปใช้ในการทำไร่ แสดงว่าเป็นเครื่องจักรที่ผลิตขึ้นสำหรับใช้ในการเกษตรโดยแท้ แต่เพื่อใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง จึงอาจเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้ได้ตามความต้องการเช่น จานไถ เครื่องคราดนา หากจะมีผู้นำรถแทรกเตอร์นี้ไปดัดแปลงใช้ในกิจการอื่นบ้าน ก็หาทำให้เปลี่ยนสภาพจากเครื่องจักรที่ใช้ในการเกษตรเป็นอื่นไม่ได้ จึงได้รับการลดอัตรารัษฎากรโดยเสียภาษีการค้าในอัตราเพียงร้อยละ 3 ของรายรับ ่ส่วนประกอบและอุปกรณ์ของเครื่องจักรใช้ในการเกษตรและการอุตสาหกรรมที่โจทก์สั่งเข้ามาสำรองไว้เพื่อจำหน่ายแก่ผู้ซื้อเครื่องจักรของโจทก์ไปใช้ในกรณีที่ส่วนประกอบและอุปกรณ์ซึ่งใช้อยู่เดิมสึกหรอหรือชำรุดเสียหาย อยู่ในข่ายที่จะได้ลดอัตรารัษฎากรเช่นเดียวกับตัวเครื่องจักร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลรัษฎากร ม.3 ประมวลรัษฎากร ม.78 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นและลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 15) พ.ศ.2504 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้สั่งรถแทรกเตอร์รวมทั้งส่วนประกอบและอุปกรณ์ใช้ในการเกษตร กับส่วนนนประกอบและอุปกรณ์เครื่องจักรใช้ในการเกษตรและอุตสาหกรรมเข้ามาจำหน่าย เดิมต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๕ ของรายรับ ต่อมามีพระราชบัญญัติฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นและลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๕ ให้ลดอัตราภาษีการค้าลงเหลือร้อยละ ๓ ซึ่งโจทก์ได้เสียในอัตรานี้ไปแล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินภาษีการค้ากลับแจ้งประเมินให้โจทก์เสียภาษีเพิ่มเบี้ยปรับและเงินเพิ่มอีก ๑,๕๑๙,๑๓๓.๒๑ บาท โจทก์อุทธรณ์ จำเลยที่ ๒,๓,๔ ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เห็นชอบด้วยการประเมิน แต่ให้ยกเบี้ยปรับโจทก์ได้เสียภาษีการค้าและเงินเพิ่มรวม ๙๐๒,๒๕๒.๓๒ บาท ตามคำวินิจฉัยให้จำเลยแล้ว ขอให้พิพากษาว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามที่เรียกร้อง และให้จำเลยคืนเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันชำระ จำเลยต่อสู้ว่า เจ้าพนักงานประเมินประเมินภาษีถูกต้องแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา คู่ความรับฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า รถแทรกเตอร์ที่โจทก์ต้องเสียภาษีตามที่พิพาทกัน มีรูปลักษณะตามเอกสาร จ.๑ ถึง จ.๕ และรายการสินค้าต่าง ๆ ที่โจทก์ยื่นประเมินในการเสียภาษี ปรากฏในเอกสาร จ.๖ นอกจากเครื่องคำนวณ เครื่องทำบัญชี และเครื่องบวกเลขซึ่งได้เสียภาษีถูกต้องแล้วไม่เกี่ยวกับคดีนี้ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎาการว่าด้วยการยกเว้นและลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๕ บัญญัติว่า "ให้ลดอัตราภาษีการค้าตามประเภทการค้า ๑ แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญํติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๐๔ คงจัดเก็บตามชนิดและอัตราดังต่อไปนี้ (๑) ชนิด ๑ (ก) เฉพาะแหและอวนใช้ในการประชุมเครื่องจักรส่วนประกอบและอุปการณ์เครื่องจักรใช้ในการเกษตรและการอุตสาหกรรมที่ผู้นำเข้ามิได้นำเข้ามาเพื่อใช้ในการผลิตของตนเองร้อยละ ๓ ของรายรับ (๒) ฯลฯ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า รถแทรกเตอร์และสินค้าต่างๆ ตามบัญชีหมาย จ.๖ ซึ่งโจทก์สั่งเข้ามาจากต่างประเทศมาจำหน่าย (เว้นแต่เครื่องคิดเลข เครื่องคำนวณ เครื่องทำบัญชี) เป็นเครื่องจักร ส่วนประกอบและอุปกรณ์เครื่องจักรใช้ในการเกษตรและการอุตสหกรรมหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งจะต้องพิจารณาจากสภาพของวัตถุสินค้านั้น ๆ ตลอดจนข้อเท็จจริงที่ว่า โจทก์สั่งรถแทรกเตอร์และสินค้าดังกล่าวมาจำหน่ายให้แก่ผู้ใด และผู้ซื้อซื้อไปใช้ในกิจการอย่างใด โจทก์จำเลยรับกันว่ารถแทรกเตอร์ที่โต้เถียงกัน มีรูปร่างและลักษณะตามเอกสาร จ.๑ ถึง จ.๕ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วตามภาพ จ.๑ แสดงให้เห็นว่าเป็นรถแทรกเตอร์ขนาดเล็กเหมาะสมแก่งานไร่นาขนาดย่อม ภาพ จ.๓ แสดงการใช้รถแทรกเตอร์ไถนา รถแทรกเตอร์นี้ไม่มีสภาพเป็นยานพาหนะ เพราะมีที่นั่งเดียวสำหรับผู้ขับขี่เท่านั้น นอกจากนี้พยานโจทก์ยังเบิกความว่า รถแทรกเตอร์ที่โจทก์สั่งเข้ามานี้จำหน่ายให้แก่ชาวไร่และเคยขายให้ทางราชการ ซึ่งก็นำไปใช้ในการทำไร่ ศาลฎีกาเห็นว่าภาพตามเอกสาร จ.๑ จ.๒ และ จ.๕ แสดงให้เห็นการทำงานของรถแทรกเตอร์ในไร่นาอันเป็นเรื่องของการเกษตรทั้งสิ้น แสดงว่าเป็นเครื่องจักรผลิตขึ้นสำหรับใช้ในการเกษตรโดยแท้ แต่เพื่อใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง จึงอาจเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้ได้ตามความต้องการ เช่น จานไถและเครื่องคราดนา หากจะมีผู้นำรถแทรกเตอร์นี้ไปดัดแปลงใช้ในกิจการอื่นบ้าง ก็หาทำให้รถแทรกเตอร์นี้เปลี่ยนสภาพจากเครื่องจักรที่ใช้ในการเกษตรเป็นอื่นไปได้ไม่ ปัญหาที่ว่าสินค้าเครื่องอะไหล่ต่าง ๆ ตามบัญชีหมาย จ.๖ เป็น "ส่วนประกอบและอุปกรณ์" เครื่องจักรใช้ในการเกษตรและอุตสาหกรรมหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชกฤษฎีกาที่อ้างข้างต้นมาตรา ๕ มีวัตถุประสงค์จะลดอัตรารัษฎากรให้แก่การขายสินค้าซึ่งเป็น "เครื่องจักร" ใช้ในการเกษตรและการอุตสาหกรรมอย่างหนึ่ง และ "ส่วนประกอบและอุปกรณ์" ของเครื่องจักรซึ่งใช้การเกษตรและการอุตสาหกรรมอีกอย่างหนึ่ง ศาลฎีกาฟังว่า สินค้า "เครื่องอะไหล่" ตามบัญชีหมาย จ.๖ เป็น "ส่วนประกอบหรืออุปกรณ์" เครื่องจักรที่ใช้ในการเกษตรและการอุตสาหกรรมซึ่งโจทก์สั่งเข้ามาสำรองไว้เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ซื้อเครื่องจักรของโจทก์ให้ไปใช้ในกรณีที่ส่วนประกอบและอุปกรณ์ซึ่งใช้อยู่เดิมสึกหรอหรือชำรุดเสียหาย จึงอยู่ในข่ายที่จะได้ลดอัตรารัษฎากรเช่นเดียวกับตัวเครื่องจักร หากจะลดภาษีให้เฉพาะ "ส่วนประกอบและอุปกรณ์" ซึ่งติดมาพร้อมกับตัวเครื่องจักรดังพยานจำเลยว่า ก็ไม่จำเป็นที่กฎหมายจะต้องเขียนว่า "เครื่องจักร ส่วนประกอบ และอุปกรณ์เครื่องจักร" เขียนว่า "เครื่องจักร" ใช้ในการเกษตรและการอุตสาหกรรมคำเดียวก็พอ เพราะส่วนประกอบและอุปกรณ์ ซึ่งติดมาพร้อมกับตัวเครื่องจักร เช่นล้อรถแทรกเตอร์หรือนมหนูก็ต้องถือว่าเป็น "ตัวเครื่องจักร" ซึ่งได้รับการลดอัตราภาษีในตัวอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเขียนแยกไว้ต่างหาก ฯลฯ พิพากษากลับให้จำเลยร่วมกันคืนเงินภาษีตามที่โจทก์ฟ้องให้แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันโจทก์ฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1295/2512 บริษัทยิบอินซอย จำกัด โดยนายยล สมานนท์ และนายสิทธิ์ อจลากาุล กรรมการ กรมสรรพากร โดยนายหิรัฐ สูตะบุตร อธิบดี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความกรรมการ - บริษัทยิบอินซอย จำกัด โดยนายยล สมานนท์ และนายสิทธิ์ อจลากาุล · จำเลย - กรมสรรพากร โดยนายหิรัฐ สูตะบุตร อธิบดี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · ประสม เภกะสุต · ชลอ บุปผเวส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสุข หงสไกร · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนีย์ วาทิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 779/2532ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3350/2538ฎีกา 369/2522ฎีกา 1969/2515ฎีกา 2752/2537ฎีกา 200/2536ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 4602/2531ฎีกา 2709/2538ฎีกา 541/2509ฎีกา 70/2518ฎีกา 495/2545ฎีกา 591/2513ฎีกา 312/2534ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา