คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และต่อมามีกฎหมายใหม่ออกมาให้ยกเว้นโทษหากนำไปจดทะเบียนภายในกำหนด แต่จำเลยไม่สามารถนำไปจดทะเบียนได้เนื่องจากอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสูญหายไปก่อน จึงไม่ได้รับยกเว้นโทษตามกฎหมายใหม่นั้น เป็นการตีความกฎหมายที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายอาญาที่ว่าการยกเว้นโทษต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้โดยชัดแจ้ง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษไปแล้ว ต่อมาเมื่อคดีอยู่ในการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน ฯ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2510) ออกมาให้ผู้มีอาวุธปืน กระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย นำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 90 วัน จึงจะได้รับการยกเว้นโทษ เมื่อจำเลยได้ทำอาวุธปืน กระสุนปืนสูญหายเสียในวันเกิดเหตุ จึงไม่มีอาวุธปืน กระสุนปืนผิดกฎหมายไปจดทะเบียนขออนุญาต ฉะนั้นจำเลยย่อมไม่ได้รับการยกเว้นโทษตามกฎหมายดังกล่าว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจมีอาวุธปืนสั้นชนิดทำเองใช้ยิงได้กับกระสุนปืนหลายนัดโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ใช้อาวุธปืนดังกล่าวนี้ยิงนายโสภณผู้เสียหายหลายนัด กระสุนปืนที่จำเลยยิงไม่ถูกผู้เสียหาย จึงไม่ตายสมเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษ
จำเลยให้การปฏิเสธทั้ง ๒ ข้อหา เมื่อสืบพยานโจทก์หมดแล้ว จำเลยจึงรับสารภาพฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยได้กระทำผิดทั้ง๒ ข้อหา พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๘๐ ซึ่งเป็นกระทงหนัก จำคุก ๑๐ ปี ลดให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยได้กระทำผิดจริงฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้องของโจทก์ ส่วนความผิดฐานมีอาวุธปืน กระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะมีพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งให้ได้ใช้บังคับระหว่างวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๑๐ ถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๑๑ มีกำหนด ๙๐ วัน ระหว่างที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีนี้อยู่ถ้าได้นำอาวุธปืน กระสุนปืนและวัตถุระเบิดมาขออนุญาตหรือมอบให้นายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนด ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ สำหรับคดีนี้จำเลยไม่มีอาวุธปืนและกระสุนปืนไปขออนุญาตหรือไปมอบให้นายทะเบียนท้องที่ เพราะได้ทำสูญหายเสียในวันเกิดเหตุ จำเลยจึงไม่ได้รับการยกเว้นโทษ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยได้ท้าทายให้ผู้เสียหายออกมาสู้กัน ผู้เสียหายรับคำท้าและได้เกิดต่อสู้กันขึ้น เป็นการสมัครใจวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน จำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายหลายนัดโดยเจตนาฆ่า แต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหาย จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น
ในขณะที่จำเลยกระทำผิดฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ยังไม่มีกฎหมายยกเว้นโทษสำหรับความผิดฐานนี้ เพิ่มมีพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ ออกใช้ระหว่างคดีอยู่ในการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ให้ผู้มีอาวุธปืน กระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย นำไปจดทะเบียนหรือขออนุญาตต่อนายทะเบียนภายใน ๙๐ วัน จึงจะได้รับการยกเว้นโทษ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยไม่มีอาวุธปืนและกระสุนปืนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายไปจดทะเบียน เพราะได้ทำสูญหายในวันเกิดเหตุ จึงไม่ได้รับการยกเว้นโทษตามพระราชบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2512
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายสมนึก รุ่งแสง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสมนึก รุ่งแสง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสลา หัมพานนท์ · ศริ มลิลา · เฉลิม ทัตภิรมย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายอุดม หันด่วน · ศาลอุทธรณ์ - นายล้วน นิลกำแหง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา